Skip to content

[UNDERCOVER] #WhatsHappeningInThailand และแล้วเบื้องหลังปกก็ปรากฏ

ช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์การเมืองบ้านเรากำลังคุกรุ่น สำนักพิมพ์แห่งหนึ่งได้ร่วมมือกับสำนักข่าวออนไลน์แผนกข้างๆ วางแผนออกหนังสือบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการชุมนุมตลอดปีที่ผ่านมาในชื่อว่า ‘#WhatsHappeningInThailand และแล้วความหวังก็ปรากฏ

ในเวลานั้น สาวน้อยจากย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ก็ได้มาเป็นนักศึกษาฝึกงานแผนกกราฟิกฯ ของสำนักพิมพ์แห่งนี้พอดิบพอดี พี่สาวชาวแซลมอนที่น่ารักก็คอยถามตลอดว่าอยากทำอะไร สาวน้อยคนนั้นตอบอย่างไม่รอช้าว่าอยากทำหนังสือ หนูชอบทำเลย์เอาต์ค่ะ! พี่ๆ บอกว่า ได้!!! งั้นเอาเล่มนี้ไปทำ!!!

สาวน้อยคนนั้นจึงได้มีโอกาสวางเลย์เอาต์หนังสือเล่มนี้ วันดีคืนดีก่อนจะฝึกงานจบก็ได้รับข้อเสนอให้กลับมาสานต่อด้วยการทำปกหนังสือ รวมถึงเขียนเล่าเบื้องหลังการทำที่ทุกท่านกำลังอ่านอยู่ตอนนี้ สานฝันวัยเยาว์ของสาวน้อยที่อ่านหนังสือของสำนักพิมพ์นี้มาตั้งแต่สมัยผมยังเท่าติ่งหู แม้จะเป็นช่วงเดียวกันกับที่ต้องทำทีสิส แต่ก็ไม่หวั่น พร้อมปลุกใจตัวเองว่า “สู้เขาสิวะอีหญิง!”

 

เริ่มเลย!

 

 

โพรเซสในการทำเล่มนี้เริ่มจากทำเลย์เอาต์ด้านในเล่มก่อน หลังจากได้รับบรีฟจากพี่สาวกราฟิกฯ แซลมอน (ซึ่งแนบมาพร้อมบรีฟจาก บ.ก.อีกที) ภาพในหัวของ บ.ก.ดูจะเป็นสมุดบันทึก ไดอารี่ ซึ่งก็สอดคล้องกับเนื้อหาของเล่มที่เป็นการบันทึกเรื่องราวต่างๆ สาวน้อยผู้ได้รับมอบหมายงานนี้จึงได้เสกมู้ดบอร์ดมาสามแนวทาง แบบตามใจ บ.ก.ก่อนหนึ่งบอร์ด อีกสองบอร์ดค่อยตามใจตัวเอง

 

บอร์ดแรกมาในสไตล์ของสมุดบันทึกและบูโจ ใส่ความเป็นลายมือเขียนหวัดๆ ลงไปให้ได้อารมณ์นักข่าวไฟแรงที่รีบเขียนรีบจดสิ่งตรงหน้าขณะลงพื้นที่จริง

 

บอร์ดที่สอง อยากเล่าถึงความหัวขบถ เลยนึกถึง ‘แบงก์ซี’ (Banksy) ศิลปินกราฟฟิตี้ยอดนักแซะแห่งวงการ บวกกับการชุมนุมก็มีการสาดสีพ่นสเปรย์แสดงจุดยืนอยู่แล้ว เฮ้ย! ได้อยู่ บอร์ดนี้เลยออกมาแบบมันๆ หน่อย ก็ทำลายระบบระเบียบแบบเดิมด้วยการพ่นสเปรย์ทับไปเลยสิคะ!

 

ส่วนบอร์ดสุดท้ายได้แรงบันดาลใจมาจากคำพูดในการชุมนุมที่ว่า “If we burn, you burn with us” เลยสวมวิญญาณแคตนิสส์ เอเวอร์ดีน สาขาไทยแลนด์ นึกไปถึงอาร์ตไดเรกชั่นของ ‘The Hunger Games’ ที่มีความแข็งๆ ทื่อๆ เหมือนงานของ อเล็กซานเดอร์ ร็อดเชนโก (Alexander Rodchenko) เอล ลิสซิตสกี (El Lissitzky) และพี่น้องสเตนเบิร์ก (Stenberg) (พูดชื่อไปก่อนให้ดูเหมือนคนตั้งใจเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์) เป็นงานยุค Constuctivism ของประเทศเผด็จการแบบโซเวียตและพาเน็มในหนัง น่าจะเอามาใช้กันได้อยู่ แม้เราจะเป็นประเทศ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย เต็มขั้นก็ตาม

 

ในส่วนของขนาดเล่ม ได้บรีฟมาว่าอยากได้ไซส์เล็กกว่าหนังสือขนาดปกติของสำนักพิมพ์ แต่ก็ไม่อยากให้เล็กเท่าเล่ม ‘ดวงตาเห็นคำ’ หรือ ‘ห้องลองเสื้อ’ (นึกไซส์ไม่ออกก็ลองซื้อมาเทียบขนาดดูได้นะคะ ชี้เป้า ตรงนี้ค่ะ) เลยจบลงที่ขนาดเท่าสมุด Moleskine ขนาด Medium ตรงตามปณิธานแรกเริ่มของ บ.ก.ที่อยากให้เหมือนสมุดบันทึกด้วย

 

 

หลังส่งทั้งสามบอร์ดให้ บ.ก.ผู้ใจดีและพี่สาวทีมกราฟิกฯ พิจารณา พร้อมคิดในใจสามบอร์ดก็เพียงพอแล้ว มันต้องมีสักบอร์ดที่ถูกใจกรรมการแหละ และแล้วบอร์ดสองก็ได้รับเลือกไป แต่เดี๋ยวก่อน! อยู่ๆ ก็มีเสียงพูดว่า ไหนลองเอาบอร์ดแรกกับสุดท้ายมาผสมด้วยซิ แต่ยึดบอร์ดสองเป็นหลัก

 

ได้ค่ะพี่!

 

บอร์ดแกงโฮะจึงเกิดขึ้น หยิบความเป็นสมุดบันทึกจากบอร์ดแรกมาใส่ หยิบบาร์หนาจากบอร์ดสามมาเป็นคีย์วิชวลแถบเซนเซอร์ปิดบังข้อมูลเหมือนที่รัฐบาลชอบทำ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเก็บเซนส์ความขบถ พ่นสเปรย์ และสีเลอะๆ เอาไว้ พร้อมโทนสีหลักเป็นสีดำ + สีธงชาติหม่นๆ เฟดสีน้ำเงินลงหน่อยให้เป็นสีฟ้าอ่อน เพื่อสื่อถึงข้อเรียกร้องของผู้ชุนนุมที่ต้องการลดอำนาจของกลุ่มเลือดสีน้ำเงินลง

 

 

มาที่สเกตช์ปก จากชื่อหนังสือ #WhatsHappeningInThailand ดูเป็นความอยากบอกให้โลกรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย แม้จะโดนปิดบัง โดนขัดขวางสักเท่าไร แต่เรื่องแบบนี้ ปิดยังไงก็ไม่มิด เลยทำชื่อหนังสือให้มีขีดฆ่าตรงกลาง แต่ยังสามารถเห็นข้อความนั้นได้ ก็เท่อยู่นะเนี่ย งั้นใช้ไอเดียนี้กับทุกปกเลยแล้วกัน! (อ้าว คุณขี้เกียจนี่)

 

จึงได้เป็นสเกตช์ปกสี่แบบ คิดว่ามันก็ได้อยู่ ได้อยู่ที่แปลว่า ขออีก! สเกตช์มาอีก! ยังได้มากกว่านี้!

 

ได้ค่ะพี่! (รอบที่ 2)

 

พร้อมกันนั้นก็ขอเสนออีกหนึ่งไอเดียสำหรับหน้าเปิด คือใส่ In case of loss, please return to… ไว้เป็นกิมมิกเล็กๆ เพื่อให้เหมือนกับสมุดบันทึกจริงๆ ด้วย แม้จะผิด CI หนังสือของสำนักพิมพ์ก็ตาม

 

 

หลังตบปากรับคำว่าจะสเกตช์มาอีก สาวน้อยคนนั้นก็ได้กลับมานั่งจ่อมอยู่หน้าอาร์ตบอร์ดตัวเองอีกครั้ง ยังไงดี ชอบปกแรกกับสาม ส่วนฝั่งผู้เขียนชอบปกสี่ที่มีการเฟดภาพไปกับพื้นหลังสีดำ งั้นก็เอามาผสมกันซะเลย ดำแดงแรงฤทธิ์ พร้อมปรับชื่อหนังสือให้เหมือนสีสเปรย์มากขึ้น เลอะนิด เปื้อนหน่อย สวย เท่ ชอบแล้ว (ชมตัวเองเพื่อเรียกขวัญกำลังใจ)

 

แต่ยัง! ยังไม่ไฟนอล ยังได้อีกหน่อย น้ำหนักยังไม่บาลานซ์ สีฟ้าในมู้ดบอร์ดหายไป ปรับเพิ่มอีกนิดนะน้องนะ

 

ได้ค่ะพี่! (รอบที่ 3)

 

 

เมื่อ บ.ก.และพี่สาวทีมกราฟิกฯ ว่าอย่างนั้น ก็ย่อมได้ค่ะ ต้องสู้ ต้องสู้ จึงจะชนะ ไหนลองขยับเลย์เอาต์ให้ชื่อเรื่องอยู่ตรงกลางมากขึ้น ใส่ element เส้นบรรทัดกับลายมือเขียน เพื่อให้ล้อไปกับเลย์เอาต์ในเล่ม ใส่เท็กซ์เจอร์กระดาษตรงพื้นหลังตามที่พี่สาวทีมกราฟิกฯ แนะนำ และหยอดหยดสีฟ้า (หรือจะตีความว่าเป็นเลือดสีน้ำเงิน (อ่อน) ก็ย่อมได้) ลงไปก็เป็นอันเสร็จพิธี

 

สุดท้ายก็ได้ออกมาเป็นปกที่ทุกคนได้เห็นอยู่ตอนนี้ แม้จะปวดตาบ้างขณะทำ แต่ก็สู้ค่ะ! ปรบมือให้ตัวเองสิบที เก่งมากตัวฉัน

 

อย่างไรก็ดี หากผู้ใดมีคำแนะนำ ติชม ก็สามารถบอกกันได้ค่ะ ด่าได้ แต่อย่าแรง หรือถ้าติดใจ อยากชมผลงานอื่นด้วย สามารถเข้าไปชมได้ทางเพจ injingjing ลงงานรายไตรมาส แต่ขอสัญญาว่าจะลงงานให้บ่อยขึ้นค่ะ

และขอฝาก ‘#WhatsHappeningInThailand และแล้วความหวังก็ปรากฏ’ ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคน ซื้ออ่านเองก็ได้ ฝากพ่อแม่พี่น้อง (ที่อาจจะยังไม่ตาสว่าง) ก็ดี จะได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย ขอบคุณค่ะ

 

สั่งได้ทุกเวลาทางนี้เลย

Minimore: https://bit.ly/3yOQiXb

Shopee: https://bit.ly/3ebr0cx

Lazada: https://bit.ly/32pqaGv

 

เรื่องและภาพโดย พันธชา ละอองจันทร์