SHORTLIST, SHORT READ: FIRST EDITION PRIZE

26 สิงหาคม 2026 | by salmonbooks

แม้ ‘ฤดูกาล’ จะเป็นคำที่คนส่วนใหญ่เข้าใจความหมายตรงกัน แต่หากใช้เวลาครุ่นคิดสักหน่อย ก็จะพบว่ามันเป็นได้ทั้งคำเปรียบเปรย เป็นสัญลักษณ์ กระทั่งใช้เป็นตัวละครหนึ่งในนิยายก็ได้ด้วย

ในโอกาสที่ ‘FIRST EDITION PRIZE รางวัลพิมพ์หนึ่ง’ ประจำปี 2026 กำลังจะจัดงานประกาศรางวัลขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้ เราจึงขอพานักเขียนที่ติดชอร์ตลิสต์ 10 คนสุดท้ายมาแนะนำตัว พร้อมบอกเล่าว่า ‘ฤดูกาล’ ที่แต่ละคนตีความลงไปในผลงานนั้นเป็นอย่างไร

ปลา-กฎ-กาล Change of Sea’s Son
โดย a complainer
ช่องทางติดตาม: @manaoce.bsky.social (Bluesky)

ในทศวรรษ 2070 ประเทศไทยมี ‘ปลา’ เพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ คือปลาแซลมอนเลี้ยงภายในฟาร์ม ด้วยความสนใจส่วนตัว ‘กระวาน’ จึงออกไปสำรวจสูตรอาหารที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อจะได้ไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้ผู้คนเคยทำกับข้าวกันยังไง

“นอกจากฤดูกาลที่เราใช้แบ่งช่วงเวลาของสภาพอากาศก็ยังมีวิธีการแบ่งหรือบอกฤดูแบบอื่นๆ เช่น ฤดูน้ำหลาก ฤดูผสมพันธุ์ ฤดูจำศีล ฯลฯ ปลาเองก็มีฤดูวางไข่ หรือบางเวลาก็จะเป็นช่วงสะสมไขมัน ซึ่งมนุษย์—โดยเฉพาะประมงพื้นบ้าน—รู้ว่าควรจะล่าตอนไหน ในปริมาณเท่าไหร่ หรือล่าด้วยเครื่องมือประมงแบบไหน เพื่อเลี่ยงการทำประมงเกินขนาดจนปลาโตไม่ทัน

“การทำฟาร์มแซลมอนในเรื่องคือการทำลายฤดูกาล ในโรงอนุบาลแซลมอนนั้นไม่มีคำถามว่าต้องรอแซลมอนวางไข่ ฟักไข่ สะสมอาหารนานแค่ไหน หรือแม้แต่การว่ายทวนน้ำแบบที่เราเข้าใจว่ามันจะทำเป็นฤดูกาล เวลาแบบใหม่ถูกสร้างขึ้น เพราะสำหรับบริษัทธุรกิจอาหารเหล่านี้มีเพียง ‘ฤดู’ ที่ชีวมวลและอัตรากำไรของ ‘สินค้า’ สูงที่สุดหรือคุ้มที่สุดเท่านั้น” 

A World Beyond Ours โลกเราที่เป็นมิจ
โดย wild berry tea
ช่องทางติดตาม: @wildberrytea11 (X) และ wild berry tea (readAwrite)

หลังมนุษย์ใช้งานดาวโลกอย่างไม่บันยะบันยัง อารยธรรมมนุษย์ก็ล่มสลาย สามเหลี่ยมห่วงโซ่อาหารถูกพลิกกลับ ดาวเคราะห์สีน้ำเงินเปลี่ยนผู้ปกครองใหม่จากเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นแมลงสังคม มนุษย์เพียงใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ เพื่อเร่งสร้างศักยภาพให้ตนเองเป็นผู้ถูกเลือกของ ‘รัง’ ในช่วงฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยวที่แสนพรั่นพรึง

ขณะเดียวกัน ‘คราม’ นายหน้าผู้มีหน้าที่จัดหามนุษย์ป้อนให้กับรัง ต้องเผชิญหน้ากับการตั้งคำถามต่อรูปแบบการปกครองในสังคมใหม่เป็นครั้งแรก เขาได้พบกับ ‘ฟานีส’ เด็กหนุ่มประหลาดผู้คล้ายจะไม่ถูกผูกมัดด้วยระบบที่รังตราไว้ และทำให้ครามพบว่าแท้จริงแล้วตนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกใบนี้เลย

แล้วโลกจะยังคงเป็นโลกอยู่ไหม เมื่อฤดูกาลแห่งการชำระล้างเดินทางมาเยือน พร้อมสายฝนที่ตกลงมาอย่างเงียบงันดุจดังความตาย

“เริ่มต้นจากฤดูกาลที่มนุษย์เผชิญ ฤดูกาลที่มีฝนตกกระหน่ำเพราะความแปรปรวนของสภาพอากาศ ขับเน้นภาพความทารุณของฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยว อันเป็นชื่อเรียกช่วงเวลาหลังยุคอารยธรรมล่มสลาย มนุษย์ยินยอมขายสิ่งสำคัญที่สุดที่ตนถือครองให้แก่รังในฐานะผู้ปกครองใหม่ ก่อนเชื่อมโยงไปถึงสิ่งสุดท้ายที่ซุกซ่อนอยู่ใต้สายฝน นั่นคือฤดูกาลแห่งการชำระล้างที่ไม่มีใครตระหนักถึง”

สามขั้น
โดย วาลุกา

ฤดูร้อนปีที่ฝนมาช้ากว่าปกติ คลองหลังบ้านของ ‘บัว’ แห้งลงจนบันไดไม้สามขั้นที่จมหายมานานค่อยๆ ปรากฏขึ้น พร้อมกับบางสิ่งในตัวแม่ที่เหมือนกำลังหวนคืน ร่างกายของเธอเย็นลง เกล็ดสีเงินผุดหลังใบหู ความทรงจำที่เคยขาดเป็นช่วงเริ่มต่อกันติด และเสียงเรียก ‘อร’ ชื่อแม่ที่แทบไม่มีใครใช้มานาน

ยิ่งระดับน้ำลด บัวก็ยิ่งตามรอยความเปลี่ยนแปลงของแม่ไปพบชีวิตที่เธอเคยมีก่อนจะเป็น ‘แม่’ ทั้งตัวตน ความปรารถนา และความผูกพันซึ่งไม่เคยมีที่ทางในเรื่องเล่าของครอบครัว ยิ่งอดีตเผยตัว ฝนที่ทุกคนเฝ้ารอก็ยิ่งใกล้เข้ามา พร้อมความเป็นไปได้ที่สิ่งซึ่งเพิ่งถูกจดจำได้จะจมหายไปอีกครั้ง

“ฤดูกาลไม่ได้เปลี่ยนเพียงสภาพอากาศ แต่เปลี่ยนสิ่งที่เรามองเห็นด้วย ตอนเด็กๆ เราค่อนข้างใกล้ชิดกับทั้งทะเลและคลอง รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของฤดูร้อนและฤดูฝน เลยลองจินตนาการถึงฤดูร้อนที่ยาวนานจนคลองแห้ง และสิ่งที่เคยจมอยู่ใต้น้ำค่อยๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง จากภาพนั้นเลยเกิดเป็นบันไดไม้สามขั้นที่ค่อยๆ พาเรื่องไปสู่ความทรงจำและชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีบางส่วนถูกทิ้งไว้ในอดีต

“เราสนใจคำว่า ‘ฤดูกาล’ ในความหมายที่กว้างกว่านั้นด้วย เพราะชีวิตคนเรามีทั้งช่วงเวลาที่ถูกเรียกด้วยชื่อ บทบาท หรือความคาดหวัง จนบางครั้งเราอาจอยู่ในฤดูกาลหนึ่งนานเสียจนลืมว่าเคยมีชีวิตในแบบอื่น

“นิยายเรื่องนี้จึงเกิดจากการนำฤดูกาลสองแบบมาซ้อนกัน ฤดูกาลของธรรมชาติที่ทำให้สิ่งต่างๆ จมหายและปรากฏขึ้นกับฤดูกาลของชีวิตที่อาจพาเราออกห่างจากตัวตนเดิม และนำไปสู่คำถามว่า ถ้าฤดูกาลเดิมเวียนกลับมา เราจำเป็นต้องกลับไปเป็นคนเดิมด้วยหรือไม่”

God of Instant Gratification เทพเจ้าทันใจ
โดย วิตต ตุลยธัญ
ช่องทางติดตาม: ทำเรื่องเล่นให้เป็นเรื่องใหญ่ (Facebook)

‘เฟย’ หนุ่มดวงตกที่เพิ่งหมดตัวเลยจำต้องมาทำงานเป็น ‘ผู้ดูแลศาลเจ้า’ ที่นั่นเขาได้พบกับ ‘เฟิงเหอจวิน’ เทพเจ้าที่กำลังหมดบารมี เพราะไม่อาจตอบสนองความพึงพอใจแบบเร่งด่วนของผู้คนยุคนี้ได้ องค์เทพจึงขอให้เฟยเป็น ‘มือขวา’ ช่วยให้ความปรารถนาของผู้อธิษฐานเป็นจริงเร็วขึ้น แลกกับคำสัญญาว่าจะช่วยให้เขาร่ำรวย

‘เทพหมดพลัง’ และ ‘หนุ่มหมดไฟ’ จึงต้องร่วมมือกันกอบกู้ศาลเจ้าแห่งนี้ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

“นิยายเรื่องนี้วางโครงสร้างตามฤดูกาลจีนทั้งสี่ที่มีความเชื่อมโยงกับงานเทศกาลต่างๆ และพูดถึงการเติบโตของมนุษย์ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาในการบ่มเพาะ ไม่ต่างกับการเพาะปลูกพืชที่ต้องค่อยๆ เติบโตไปตามฤดูกาลโดยไม่อาจเร่งรัดได้ เนื้อหาของนิยายสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมในยุค Instant Gratification ที่ผู้คนต่างก็แสวงหาความพึงพอใจและความสำเร็จแบบเร่งด่วนจนเกินพอดี”

เวิ้งว้างกลางใจ
โดย อมาดา
ช่องทางติดตาม: luviloveluv (readAwrite) และ praepli (Instagram)

เหล่าหญิงสาวและหญิงเคยสาวในบ้านหลังร่มรื่นต่างปรารถนาที่จะเติมเต็มเสี้ยวส่วนเว้าแหว่งของพวกเธอให้สมบูรณ์ในแบบที่แต่ละคนคิด ความเป็นอื่นในตัวคอยต่อสู้ดิ้นรนกับความคาดหวังทั้งหลายในฐานะบุคคลผู้เป็นหญิงซึ่งนิยามโดยขนบ แต่ท้ายที่สุดแล้วความรักต่อทุกสรรพสิ่ง รวมถึงต่อตนเอง จะเชื่อมโยงให้พวกเธอไม่เปลี่ยวดายอีกต่อไป

“ฤดูกาลใน ‘เวิ้งว้างกลางใจ’ นำเสนอความเปลี่ยนแปลงที่ยึดโยงกับเวลาซึ่งดำเนินเป็นทั้งเส้นตรงและวงกลมในเวลาเดียวกัน กล่าวคือทุกสิ่งผันแปรไปตามอดีต ปัจจุบัน อนาคต แต่ก็ยังคงมีส่วนเสี้ยวที่วนมาตรงจุดเดิมซ้ำๆ เหมือนที่หลายครั้งองค์ประกอบบางอย่างในชีวิตช่างดูคล้ายว่าเคยมีอยู่หรือเกิดขึ้นมาแล้ว และยังคงปรากฏให้เห็นอยู่แม้เวลาจะผ่านพ้นไปหลายรุ่นแล้วก็ตาม

“นอกจากนี้ ฤดูกาลยังหมายถึงจังหวะที่เหมาะสมในชีวิตซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละปัจเจก ตัวละครต่างมีฤดูกาลของตัวเองอย่างแท้จริงในช่วงอายุที่ไม่เหมือนกัน โดยสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดฤดูกาลของแต่ละคนก็ขึ้นอยู่กับวาทกรรม ความคิด ความเชื่อ บริบทสังคมและการเมืองในขณะนั้นด้วย

“และฤดูกาลในเรื่องนี้ก็ยังมีความหมายแสนสามัญในฐานะชีวิตที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปเป็นธรรมดาตามธรรมชาติของกาลเวลา”

ประตูนรก
โดย นนทัช พรหมศรี
ช่องทางติดตาม: Nontouch Promsri (Facebook)

ชีวิตแต่ละช่วงวัยของแม่และลูกชายคู่หนึ่งในเดือนสิบตามจันทรคติ ผู้อยู่ท่ามกลางความเชื่อเรื่อง ‘ประตูนรก’ ซึ่งว่ากันว่าจะเปิดออกในวันที่ฝนตกแดดออก

“ฤดูกาลในเรื่องคือภูมิอากาศที่ไม่เหมือนกันตามภูมิศาสตร์ของภาคใต้และภาคอื่นๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน”

365 วันอัมพวา
โดย ขวัญอินทร์
ช่องทางติดตาม: ขวัญอินทร์​ นักเขียน (Facebook), นามปากกา ไข่เจียวฟู (Facebook), ขวัญอินทร์ (MEB-readAwrite) และ ไข่เจียวฟู (MEB-readAwrite)

‘ชลาริน’ หญิงสาวที่ตกอยู่ในสภาพสิ้นไร้ไม้ตอก เดินทางมายังอัมพวาเพื่อรับมรดกตามพินัยกรรมของปู่เอื้อ แต่กลับพบว่าสิ่งที่รออยู่ไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ หากเป็นบ้านสวนริมน้ำผุพัง พร้อมเงื่อนไขว่าเธอต้องอาศัยอยู่ที่นี่ให้ครบ 365 วัน และปฏิบัติภารกิจที่ปู่กำหนดไว้ จึงจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน

ชลารินต้องเผชิญทั้งมรสุมชีวิตที่เกิดจากผู้คนและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ท่ามกลางความยากลำบาก ภูมิปัญญาของปู่ย่ากลับกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้เธออยู่รอด จนกระทั่งมรสุมน้ำท่วมใหญ่ พรากทุกอย่างไปจากเธอและทุกคนในชุมชนอัมพวา เธอจึงต้องยืนหยัดเพื่อรักษาแผ่นดินนี้ไว้ให้ได้ พร้อมเรียนรู้ทุกฤดูกาลที่หมุนผ่าน และเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า ‘รากเหง้า’

“หลายครั้งฉันมองเห็นว่าชีวิตมนุษย์ที่ต้องดิ้นรนทำมาหากินนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับฤดูกาลเสมอ เราอาจตั้งใจทำขนมอร่อยไปขาย แต่หากวันนั้นฝนตก เราก็อาจขายไม่ดี เราปลูกต้นไม้ ใส่ปุ๋ยดูแลอย่างดี แต่บางปีเจอภัยแล้งขาดน้ำ หรือฝนตกหนักจนน้ำท่วม ต้นไม้ก็ตาย

“แต่ฤดูกาลก็ไม่ได้มีแค่ความสูญเสีย บางครั้งมันก็นำมาซึ่งการผลิดอกออกผล ให้ความชุ่มชื่นใจ เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และเพราะชีวิตมนุษย์เองก็เป็นฤดูกาลหนึ่ง ‘365 วันอัมพวา’ จึงเป็นเรื่องราวของการเรียนรู้ชีวิต ผ่านอุปสรรค การเปลี่ยนแปลง และการกลับไปค้นพบรากเหง้าของตัวเอง” 

ยามอรุณเปลี่ยนเมื่อฝนโปรย
โดย ณกฤต สารพัตร์
ช่องทางติดตาม: once1year (Instagram)

เมื่อมนุษยชาติสามารถพรากความตายไปจากเผ่าพันธุ์สำเร็จ ด้วยการเข้ารับ ‘กระบวนการรักษา’ ที่มี ‘ข้อผูกมัดแลกเปลี่ยน’ คือการที่ร่างกายกลายเป็นหน่วยประมวลผลข้อมูลที่เรียกว่า ‘Node’ ซึ่งต้องทำงานตลอดเวลา แลกกับผลข้างเคียงที่ว่าความทรงจำจะค่อยๆ หายไป

‘อรุณ’ ชายวัยกลางคน ผู้เป็นเพียงพ่อค้าน้ำผักปั่นในจังหวัดเล็กๆ สุดทางบูรพา ตัดสินใจเข้ารับการรักษามะเร็งสมองระยะที่ 4 ด้วยวิธีที่ว่า โดยต้องอยู่ร่วมกับ ‘โย’ หุ่นพี่เลี้ยงที่ถูกส่งมาดูแลเป็นเวลา 30 วัน ท่ามกลางการปรับตัวกับชีวิตใหม่ สิ่งที่อรุณต้องการนั้นกลับมีแค่การได้อยู่กับความทรงจำที่เขารัก และเขียนเรื่องสั้นสักเรื่องให้จบเสียที

“ทุกครั้งที่ฝนตก ผมจะรู้สึกเหงาได้ง่าย ฤดูกาลที่ฝนตกไม่หยุดจึงถูกใช้เป็นภาพสะท้อนอารมณ์อันขุ่นมัวที่ลอยคลุ้งอยู่ในบรรยากาศ และยังทำให้ผมคิดถึงบ้าน ‘ตราด’ ที่เป็นเมืองฝน 8 แดด 4 พอเป็นแบบนั้นจึงอยากเขียนถึง ‘ชีวิตในเมืองที่ฝนไม่เคยหยุด’

“ประกอบกับความสนใจเรื่องศาสนาเอกเทวนิยมและอำนาจ ผมเห็นว่าฝนถูกใช้ยึดโยงทั้งการให้และการพรากชีวิตเสมอ ซึ่งมีภาพลักษณ์แทน ‘อำนาจ’ ที่ปกคลุมสังคม เป็นอำนาจที่ไหลซึมไปทุกที่ มันไม่พูด ไม่ตอบโต้ แค่ตกใส่หัวทุกคน

“นอกจากนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่าความทรงจำที่เราคิดถึงคือ ‘ห้วงเวลาที่สิ้นสุดไปแล้ว’ เมื่อฝนตกไม่หยุด ฤดูกาลจึงกลายเป็นภาพแทนของ ‘เวลาที่ถูกยืดออกอย่างไม่ไยดี’ ทั้งความโดดเดี่ยว อารมณ์อันขุ่นมัว อำนาจที่ค่อยๆ จมพวกเราลงอย่างช้าๆ จนจำไม่ได้ว่าเงยหน้ามองฟ้าสู้ฝนครั้งสุดท้ายเมื่อใด และฝนหยุดตกครั้งสุดท้ายตอนไหน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าผมต้องการให้งานเขียนชิ้นนี้พูดถึงสังคมไทยโดยตรง

“ความหมายของฤดูกาลในเรื่องจึงมาบรรจบลงที่ ‘ห้วงเวลาอันขุ่นมัวที่ถูกยืดยาวออกไปโดยอำนาจอันยิ่งใหญ่ ซึ่งสุดท้ายได้สูญเสียความหมายและคุณค่าในตนเองจนสิ้น’”

ฤดู True Crime
โดย ธนบดี ดรรักษา
ช่องทางติดตาม: ไฟท์อ่านมาแล้ว (TikTok)

‘เมืองคลองเวียน’ สร้างรายได้จากการตายของ ‘มินตรา’ มานานกว่าสิบปี เปลี่ยนคดีฆาตกรรมให้เป็นทัวร์ ของที่ระลึก และเรื่องเล่าที่นำกลับมาขายได้ทุกฤดู

วันหนึ่ง ‘จูน’ ไกด์ประจำเส้นทางไปพบศพ ‘แพร’ เด็กฝึกงานประจำเทศบาล บริเวณใต้สะพานซึ่งเป็นจุดสำคัญของทัวร์ เมื่อรายละเอียดในคดีใหม่เริ่มคล้ายเรื่องที่เธอเล่าซ้ำทุกวัน จูนจึงต้องค้นหาว่าใครกำลังใช้ความทรงจำของเมืองมาสร้างอาชญากรรมครั้งใหม่ และคนทั้งเมืองจะยอมทำอะไรบ้างเพื่อให้เรื่องของคนตายยังขายต่อได้

“มองว่า ‘ฤดูกาล’ เป็นสิ่งที่วนกลับมาจนคนเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ จึงลองเอามาวางคู่กับวงจรความรุนแรง คนตายรายใหม่อาจดูเหมือนเรื่องใหม่ แต่ระบบที่นำเรื่องมาเล่า ขาย และหาประโยชน์จากเหยื่อนั้นแทบไม่เคยเปลี่ยน แม้จะบอกว่าทำเพื่อเรียนรู้ เพื่อไม่ให้เหยื่อถูกลืม แต่ยอดขาย ยอดวิว และยอดติดตามก็อาจเป็นเป้าหมายหลัก

“ผมเองก็ไม่ได้มีคำตอบชัดเจนว่าเรื่องนี้ผิดหรือถูกอย่างไร เพราะส่วนตัวก็เป็นหนึ่งในฟันเฟือง เป็นคนที่ฟังเรื่องคดีฆาตกรรมเพื่อฆ่าเวลาบนลู่วิ่ง นิยายเล่มนี้คงเปรียบเสมือนคำถามที่โยนเข้าไปกลางวงสนทนา ทิ้งให้เป็นความสนุกของคนอ่านที่จะได้มองจากหลายมุม

“เมืองเหนือจริงที่ผมสร้างขึ้นจึงมี ‘ฤดู True Crime’ ที่ความตายถูกนำกลับมาขายใหม่ทุกปี จนมีใครสักคนตัดสินใจว่าฤดูกาลนี้ไม่ควรกลับมาอีกแล้ว”

สิ่งตกค้างในสายฝนฤดูร้อน
โดย Rtima
ช่องทางติดตาม: @Rtima1123_art (X) และ Rtima (readAwrite)

ฤดูร้อนปี 2546 พี่น้องคู่หนึ่งเดินทางไกลไปเยี่ยมแม่ ณ ชนบทต่างจังหวัด หลังจากไม่เจอกันนานถึงสี่ปี พวกเขาพบกับความไม่คุ้นชิน ทั้งความสัมพันธ์และบรรยากาศแปลกประหลาดของป่าเขาที่อธิบายไม่ได้ รวมถึงคำเตือนที่ปราศจากคำอธิบายว่า ‘ห้ามข้ามภูเขาไปอีกฝั่งเด็ดขาด’ ทำให้ ‘ละออง’ ผู้เป็นน้องสาวเริ่มหวาดระแวงและอยากออกจากหมู่บ้าน ทว่า ‘หมอก’ ผู้เป็นพี่ชายกลับดึงดันที่จะอยู่ต่อ ความขัดแย้งทั้งหลายนำไปสู่การเปิดรอยร้าวของครอบครัว และการพบความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ในภูเขาแห่งนี้

“นอกจากคิดถึงฤดูกาลแบบตรงๆ แล้ว ในหัวเราก็คิดถึง ‘การวนกลับมาอีกครั้ง’ และ ‘การเปลี่ยนแปลง’ ซึ่งสองคำนี้ทำให้เราคิดถึงชีวิตวัยเด็ก-วัยรุ่นของตัวเองที่โตมาในหมู่บ้านตรงตีนเขา แล้วช่วงปิดเทอมฤดูร้อนของทุกปีทั้งบ้านจะเดินทางจากภาคใต้ขึ้นไปภาคตะวันออกเพื่อไปเยี่ยมบ้านแม่ การเดินทางแบบนี้เลยเป็นเหมือนวัฏจักร เป็นเหมือนฤดูกาลที่เกิดขึ้นเช่นเดิมทุกๆ ปี

“ส่วนตัวอยากเขียนเรื่องที่มีหมู่บ้านในวัยเด็กเป็นฉากหลังมานานแล้ว ก็เลยเขียนให้ตัวละครเดินทางสลับทิศทางกับเรา โดยให้พวกเขาเดินทางลงใต้แทน วัฏจักรของละอองกับหมอกเริ่มต้นขึ้นแบบนั้น ท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นฤดูกาลของพวกเขา พวกเขาจะวนกลับมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง ทั้งต่อตัวเองและผู้คนรอบข้างที่มีอิทธิพลต่อกัน”


RELATED ARTICLES

VIEW ALL