Skip to content

WATCH THAT READ THIS: MIRANDA JULY

นอกจาก ‘มิแรนดา จูลาย’ (Miranda July) จะเป็นนักเขียนมากความสามารถ และเป็นเจ้าของหนังสือ ‘NO ONE BELONGS HERE MORE THAN YOU จงเติมคุณในช่องว่าง’ 16 เรื่องสั้นรสแปร่งของผู้คนซึ่งตามหาความสัมพันธ์ที่มีช่องว่างพอดีกับตัวตนอันแปลกแยก ที่พวกเราหยิบมา #ให้เสียงภาษาไทยโดยแซลมอนบุ๊กส์ แล้ว จูลายยังเป็นศิลปินและผู้กำกับมากฝีมือที่มีผลงานภาพยนตร์เรื่องยาวถึง 3 เรื่อง แถมหนึ่งในนั้นยังคว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์และเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์มาครองด้วย!

 

วันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักจูลายในบทบาทของผู้กำกับผ่านภาพยนตร์ของเธอกัน เผื่อว่าใครอ่าน ‘NO ONE BELONGS HERE MORE THAN YOU’ แล้วติดใจการเสกคาแรกเตอร์ตัวละครแปร่งเพี้ยน และวิธีการการเล่าเรื่องอันมีเอกลักษณ์จะได้ตามไปดูภาพยนตร์ฝีมือเธอให้เต็มอิ่ม ใครอ่านเรื่องราวภาพยนตร์ของเธอคร่าวๆ หรือเคยดูภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ แล้วสนใจ เราก็อยากชวนมาอ่านหนังสือเล่มนี้ที่มีกลิ่นอายไม่ต่างกันต่อ 🙂

 

 

Me and You and Everyone We Know (2005)

 

เรื่องราวของพนักงานขายรองเท้าชื่อ ‘ริชาร์ด’ ภายหลังเลิกรากับภรรยาอย่างเจ็บปวด และต้องกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวของลูกชายสองคน ริชาร์ดพยายามตั้งหลักและเริ่มต้นชีวิตใหม่ จนกระทั่งได้พบกับ ‘คริสทีน’ ศิลปินไส้แห้ง ผู้ทำงานกลางคืนเป็นคนขับแท็กซี่ขณะที่เธอพาเขาไปส่งที่ร้านรองเท้า แล้วความสัมพันธ์โรแมนติกระหว่างพวกเขาก็เริ่มก่อตัวขึ้น โดยที่ริชาร์ดก็ยังไม่มั่นใจว่าพร้อมจะเปิดใจให้ความรักครั้งใหม่หรือยัง ขณะที่ ‘ปีเตอร์’ และ ‘ร็อบบี้’ ลูกชายทั้งสองของริชาร์ดก็กำลังเผชิญกับความสัมพันธ์ใหม่ๆ กับเพศตรงข้ามอยู่เช่นเดียวกัน

 

‘Me and You and Everyone We Know’ ถือเป็นการกำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของจูลาย ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากจนได้รับรางวัล Camera d’Or จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และ Special Jury Prize จากเทศกาลซันแดนซ์เมื่อปี 2005 อีกทั้งจูลายยังมีส่วนร่วมในการแสดงโดยรับบทบาทตัวแสดงหลักอย่างคริสทีนอีกด้วย

 

 

The Future (2011)

 

เรื่องราวของคู่รักในวัยสามสิบกลางๆ อย่าง ‘โซฟี’ และ ‘เจสัน’ พวกเขาไม่มีลูก และวนเวียนอยู่กับงานที่ไม่ได้สร้างความก้าวหน้าให้กับชีวิต โซฟีสอนเต้นให้กับเด็กๆ ส่วนเจสันทำงานเป็นฝ่ายช่วยเหลือด้านไอทีในบริษัท ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่กำลังสั่นคลอน ทั้งคู่ก็ตัดสินใจรับแมวจรจัดซึ่งได้รับบาดเจ็บมาเลี้ยง และนั่นทำให้มุมมองชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จนเกิดเป็นบททดสอบชีวิตบทใหม่ถึงความเชื่อมั่นในตนเองและความเชื่อมั่นในกันและกัน

 

‘The Future’ คือภาพยนตร์ขนาดยาวลำดับที่ 2 ของจูลาย ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Golden Bear) ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน ครั้งที่ 61 นอกจากจูลายจะเขียนบท และกำกับเช่นเคยแล้ว เธอก็ไม่พลาดเรื่องานแสดง มารับบทบาทของโซฟี หญิงสาววัยสามสิบกลางๆ ที่ต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบชีวิตและการประคับประคองความสัมพันธ์ในเรื่องด้วย

 

 

Kajillionaire (2020)

 

‘Kajillionaire’ เล่าเรื่องราวของ ‘โอลด์ โอลิโอ’ หญิงสาวที่เกิดในครอบครัวนักต้มตุ๋น โดยมี ‘เทเรซ่า’ ผู้เป็นแม่และ ‘โรเบิร์ต’ ผู้เป็นพ่อใช้เวลาถึง 26 ปีในการเลี้ยงดูและฝึกฝนลูกสาวให้เป็นโจรเต็มตัว ขโมยทุกอย่างที่ขวางหน้า ทั้งคู่ไม่เคยมอบความรักให้โอลิโอเลยแม้แต่น้อย และเมื่อเทเรซ่ากับโรเบิร์ตชวน ‘เมลานี่’ หญิงสาวแปลกหน้าให้มาเข้าร่วมแผนการขโมยครั้งสำคัญ ก็ทำให้เรื่องราวทุกอย่าง รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งหมดไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

แม้ว่าจูลายจะไม่ได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องยาวลำดับที่ 3 ของเธอ แต่ภาพยนตร์ที่เธอกำกับและเขียนบทเองเรื่องนี้ก็สามารถคว้ารางวัลมาเพียบ ไม่ว่าจะเป็นรางวัล Best Performance by an Ensemble Cast จาก Chlotrudis Awards, รางวัล Golden Carp Film Award – International จากเทศกาล Faro Island Film Festival รวมถึงรางวัล Tom Poe Award for Best LGBT Film จาก Kansas City Film Critics Circle Awards

 

ที่สำคัญภาพยนตร์เรื่อง ‘Kajillionaire’ ยังมีให้ทุกคนรับชมกันทางสตรีมมิ่งสุดฮอตอย่าง Netflix ตามไปดูกันได้ที่นี่

 

ส่วนใครอยากไปสนุกกับพล็อตที่เดาไม่ถูก ตัวละครแปร่งเพี้ยนไม่รู้ว่าจะสุดที่ตรงไหนของจูลายใน ‘NO ONE BELONGS HERE MORE THAN YOU จงเติมคุณในช่องว่าง’  เชิญดูรายละเอียดต่อได้ที่นี่เลย salmonbooks.net/book/no-one-belongs-here-more-than-you/