Skip to content

เสียงจากเพื่อน LGBTQ+ หลังอ่านเรื่องสั้นใน ‘ด้วยรักและผุพัง’

Spoiler Alert!

ในบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนังสือ

 

 

ก่อนโบกมือลาเดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride Month) 🏳️‍🌈 เรานึกขึ้นได้ว่าเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งในหนังสือ ‘FAMILY COMES FIRST ด้วยรักและผุพัง’ มีประเด็นคาบเกี่ยวกับเพศวิถี เลยถือโอกาสส่งไปให้มิตรนักอ่านชาว LGBTQ+ พร้อมชวนบอกเล่าสั้นๆ ถึงความรู้สึกและมุมมองหลังอ่าน

หากคุณยังไม่ได้อ่าน เราแนะนำแบบสั้นๆ ว่า ‘FAMILY COMES FIRST ด้วยรักและผุพัง’ คือผลงานการเล่าเรื่องของ ‘นริศพงศ์ รักวัฒนานนท์’ รวมเรื่องสั้นว่าด้วยความรัก ความสัมพันธ์ และความผูกพันที่ผุพังในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน โดยเรื่องสั้นที่เราจะพูดถึงในวันนี้นั้นชื่อ ‘เราล้วนรื่นรมย์ในงานมงคลสมรส’ ซึ่งเล่าถึงตัวละครชายที่ตัดสินใจเข้าสู่ประตูวิวาห์ตามความคาดหวังของผู้เป็นพ่อ แต่ในใจลึกๆ เขายังคงสับสนและคิดถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่าอยู่ 

จากงานมงคลที่ดูจะหวานชื่น กลับขมขื่นในความรู้สึกของเจ้าบ่าว ด้วยความสัมพันธ์ห่างเหินกับเจ้าสาว ก่อเกิดความคิดถึงคนรักเก่า ถ้าอยากรู้ว่ามิตรนักอ่านของเราอินแค่ไหน คิดเห็นอย่างไรกับการตัดสินใจของตัวละคร ลองตามไปดูคำตอบของพวกเขากันได้เลย :3!

 

 

พีท (ครีเอทีฟ, 24 ปี)

 

Q: รู้สึกอย่างไรหลังจากอ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้

A: ด้วยความที่เราเรียนฟิล์มมาเลยรู้สึกว่า วิธีเล่าเรื่องหรือภาษามีความเป็นบทภาพยนตร์ อย่างตอนจบก็ตัดจบไปทั้งที่ยังไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าตัวผู้ชายตัดสินใจยังไง คนรักเก่ารับสายมั้ย 

เราอ่านแล้วเห็นภาพว่า มันเป็นความรู้สึกของคนที่มีบางอย่างคาใจ และยังไม่ถูกคลี่คลาย โดยทิ้งบางอย่างให้คนอ่านกลับไปคิดต่อ เหมือนคนเขียนเล่าไปแค่ 7-8 แต่ว่า 9 กับ 10 ให้คนอ่านไปต่อเอาเอง ถึงเนื้อเรื่องจะจบในตัว แต่เราว่ามันทิ้งความรู้สึกไว้เยอะ และบางส่วนมันก็รีเลตกับตัวเองด้วยนะ 

 

Q: คิดยังไงกับการตัดสินใจแต่งงานของตัวละคร

A:  เรานึกถึงประโยคหนึ่งคือ ช่วงชีวิตที่ต้องเลือกระหว่างสิ่งที่ถูกต้องกับถูกใจ เรารู้สึกว่ามันเป็นออพชั่นที่ยากมาก และตัวละครก็กำลังเจอสิ่งนี้อยู่ เขาต้องเลือกระหว่างถูกต้องคือแต่งงาน ถูกใจคือกลับไปหาคนรักของเขา ซึ่งก็ไม่แปลกที่เขาจะเลือกสิ่งที่ถูกต้อง เพราะมันดูเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เป็นสิ่งที่ต้องทำในตอนนั้น แต่ใช่ว่าสิ่งที่ถูกใจจะไม่สำคัญเลย เรารู้สึกว่าอาจจะต้อง 50-50 ทั้งสองสิ่งด้วยซ้ำ เพราะสุดท้ายแล้วในชีวิตจริงมันก็ใช้ความถูกใจด้วย ถึงแม้บางทีมันอาจจะไม่ถูกต้องตามที่ใครบอกก็ตาม 

 

Q: อยากเปลี่ยนอะไรในเรื่องสั้นเรื่องนี้มั้ย

A: ถ้าให้เราเปลี่ยนจริงๆ เราอยากเห็นความรักในรูปแบบนี้ประสบความสำเร็จ ด้วยความที่เราเองยังไม่เคยสัมผัสความรู้สึกนั้นด้วย ซึ่งจริงๆ มันคงมีอยู่แหละ แต่เราเคยคิดว่าความสัมพันธ์รูปแบบนี้มันค่อนข้างเซอร์เรียล จนได้เห็นกลุ่ม LGBTQ+ แสดงความรักกันอย่างเปิดเผย เลยคิดได้ว่า เอ้า มันก็ไม่ได้เกินจริงนี่มึง 

ดังนั้น ณ วันนี้ที่ตัวเราเองยังไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก ก็อยากให้ตัวละครช่วยสะท้อนว่า ความรักแบบนี้มันประสบความสำเร็จได้ คนแบบเราก็ประสบความสำเร็จในเรื่องความรักได้ เหมือนคนคนนึงมีความรักแล้วก็เลิกกันได้ มันธรรมดาแบบนั้นได้

 

Q: คุณคิดว่าการจบแบบนี้ส่งผลต่อมุมมองเรื่องความสัมพันธ์ของ LGBTQ+ มั้ย 

A: เรามองว่าความรักของคนที่เป็นแบบเราเป็นเรื่องธรรมดา ถ้ามันจะไม่แฮปปี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ ความสัมพันธ์พวกเราก็เหมือนคู่รักชายหญิงเลยเว้ย

ถึงอย่างนั้น ความสัมพันธ์ของตัวละครที่ว่าก็ยังไม่ใช่เรื่องธรรมดาอยู่ ไม่งั้นเราคงไปถกกันเรื่องอื่น นักเขียนก็คงไม่เขียนแต่แรก 

เราว่าการที่สื่ออย่างหนังสือ ซีรีส์ ภาพยนตร์ มาช่วยกะเทาะว่าความสัมพันธ์นี้มันจริง มันเป็นไปได้และธรรมดา จะทำงานกับคนในสังคมหรือกระทั่งในคอมมูนิตี้มากๆ มันจะสะท้อนให้คนภายนอกเห็นว่าคนภายในคอมมูนิตี้เป็นแบบไหน ส่วนคนในคอมมูนิตี้จะรู้สึกรีเลต โอ้มายก็อด นี่คือโมเมนต์ของกู ทำให้รู้ว่ายังมีคนที่เจอเรื่องแบบนี้ หรือมีหลายคู่ที่สับสนเหมือนกัน เราก็จะเลิกกังขากับตัวเอง เพราะมีภาพตัวอย่างว่ามันเป็นแบบนี้ได้นะ แต่ที่ผ่านมามันยังไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ก็ต้องสวมบทไปเป็นผู้หญิงในซีรีส์เกาหลีบ้าง แต่ในวันนี้ที่เรามีซีรีส์ที่เราสวมบทบาทเป็นตัวเองได้แบบลงล็อก สิ่งที่เราเป็นมันเลยสมจริงขึ้นมา

 

 

นับสอง (นักศึกษา, 21 ปี)

 

Q: รู้สึกอย่างไรหลังจากอ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้

A: อึดอัด อึดอัดแทนตัวละครมาก อึดอัดทั้งเรื่อง อาจเพราะการเล่า หรือเรานึกไปว่าตัวเองเป็นเหมือนตัวละคร ก็เลยรู้สึกอึดอัด ทั้งๆ ที่นี่เป็นงานแต่ง เป็นงานเฉลิมฉลอง ซึ่งระหว่างอ่านเราได้คิดอะไรหลายอย่าง ได้ถกประเด็นในหัวเกี่ยวกับการตัดสินใจของตัวละครว่าสิ่งที่ตัวเขาเลือกเป็นยังไง มันถูกต้องมั้ย แล้วถ้าเราต้องเลือกเองจะเป็นยังไง

 

Q: คิดยังไงกับการตัดสินใจแต่งงานของตัวละคร

A: เราเข้าใจนะ เพราะสิ่งที่เขาเลือกมันเกิดผลดีกับพ่อเขา และเขาก็ให้ความสำคัญว่าพ่อต้องมาก่อน แม้มันจะเกิดผลกระทบทางลบกับคนรักเก่าและเจ้าสาวในอนาคตได้ก็ตาม เขาอาจคิดว่าถ้าเลือกคนรักเก่าจะมองไม่เห็นอนาคตหรือเปล่า อย่างเราเองที่เป็น LGBTQ+ ก็ได้ยินจากคนรอบข้างหรือคนในสังคมอยู่บ่อยๆ ว่าความสัมพันธ์แบบเรามันไม่ยืนยาว ซึ่งสำหรับเขาแล้ว ความสัมพันธ์กับคนรักเก่าก็อาจจะไม่ยืนยาวเท่าความสัมพันธ์กับพ่อผู้เป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่

เราก็ลำบากใจแทนเหมือนกัน ถ้าเราเป็นเพื่อนแล้วอยู่ตรงนั้นด้วยก็คงถามถึงการตัดสินใจนี้อีกครั้ง แต่ไม่ได้ไป judge หรือบังคับให้เขาเลือก แค่อยากเปิดโอกาสให้เขาได้คิด ตัดสินใจดูอีกสักหน

 

Q: แล้วความรักของ LGBTQ+ มันไม่ยืนยาวตามที่ใครหลายๆ คนพูดจริงเหรอ

A: สำหรับเรา คำพูดเหล่านั้นไม่ได้มีผลอะไร แต่ก็ได้ยินมาตลอด ซึ่งบางคนอาจได้ยินจากพ่อแม่ ผู้ใหญ่ พูดมาเรื่อยๆ จนจำฝังใจ หรือคิดในหัวตลอดเวลาคบกับใครก็ได้ และพอมีคนมาพูดแบบนี้บ่อยๆ ก็อาจทำให้ความสัมพันธ์ไขว้เขว 

 

Q: คิดว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้เหมาะกับใคร

A: จริงๆ วัยอย่างเราก็น่าจะอ่านได้นะ คนที่กำลังจะเรียนจบ ออกไปทำงานหาเงิน ออกจากอ้อมอกพ่อแม่ ออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ซึ่งถ้าให้พ่อแม่อ่านก็น่าจะดีนะ จะได้รู้ว่าความคาดหวังของพวกเขานั้นทำให้ลูกรู้สึกอย่างไร

 

 

พี (ครีเอทีฟ, 27 ปี)

 

Q: รู้สึกอย่างไรหลังจากอ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้

A: เรารู้สึกว่ามันอึดอัด มันเป็นเรื่องที่ผู้ชายเขาต้องทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง ส่วนตัวเราก็แอบอินกับเนื้อเรื่องนิดนึง เพราะว่ามันมีเหตุการณ์ที่ตัวละครโทรศัพท์ไปหาคนรักเก่า ซึ่งเราก็เคยโทรไปหาเหมือนกัน แล้วบางทีเขาก็ไม่รับสาย เราก็จะโทรซ้ำๆ เหมือนตัวละครเลย ก็เลยรู้สึกอิน

 

Q: คิดยังไงกับการที่ตัวละครตัดสินใจโทรไปหาคนรักเก่า

A: มันเสริมน้ำหนักให้การตัดสินใจของตัวละครดี การโทรไปเรื่อยๆ ทำให้คนอ่านรู้สึกว่า การตัดสินใจแต่งงานของเขามันทำให้เป็นทุกข์อะ เขายังไม่มูฟออน ยังมีเยื่อใยกับคนรักเก่าอยู่

 

Q: คิดว่าการจบแบบนี้ส่งผลต่อมุมมองเรื่องความสัมพันธ์ของ LGBTQ+ มั้ย 

A: เรามองว่ามันเป็นสื่อบันเทิง คล้ายๆ กับการดูหนังที่ตัวละครไม่ได้เป็น LGBTQ+ มันก็มี sad ending ได้ เราดูหนังรักที่เศร้าและจบแบบเศร้าอยู่เหมือนกัน ซึ่งมันไม่ได้กระทบหรือมีเอฟเฟกต์กับความสัมพันธ์ขนาดนั้น ก็คงแล้วแต่คนหรือความสัมพันธ์แต่ละคู่ด้วย

เรารู้สึกว่า LGBTQ+ ก็คือคนปกติอะ ก็เป็นคนเหมือนกัน ความสัมพันธ์ก็คือความสัมพันธ์เหมือนชาย-หญิง มันก็มีไม่สมหวัง มีผิดหวังบ้างเป็นปกติอยู่แล้ว 

สำหรับคนนอกคอมมูนิตี้ จริงๆ มันก็เป็นสิทธิของเขานะที่จะคิดอะไรต่อ เราก็ไปบังคับเขาไม่ได้ ในความเป็นจริงเขาไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับความสัมพันธ์ของเราด้วย หรืออย่างถ้าเป็นพ่อแม่ เรารู้สึกว่าพ่อแม่สมัยใหม่ก็ค่อนข้างเปิดรับเรื่องนี้มากขึ้นเยอะแล้วนะ 

 

Q: คิดว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้เหมาะกับใคร

A: คนที่เป็น LGBTQ+ และกำลังมีสถานการณ์ประมาณนี้ สมมติว่าเป็นเกย์แล้วต้องคบผู้หญิงเพื่อพ่อแม่ อาจจะต้องแต่งงาน หรืออยู่ระหว่างการตัดสินใจ การอ่านเรื่องนี้ก็อาจจะทำให้เห็นภาพของคนที่ตัดสินใจทำตามความคาดหวังของคนอื่น แล้วพบว่าการตัดสินใจนั้นส่งผลให้เขาไม่มีความสุข

 

 

น้ำชา (นักศึกษา, 23 ปี)

 

Q: รู้สึกอย่างไรหลังจากอ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้

A: เรารู้สึกว่าคนเขียนยั่วความรู้สึกคนอ่านนิดๆ คือเขาไม่ได้กำหนดว่าคนอ่านต้องคิดแบบใดแบบหนึ่ง แค่เล่าไปเรื่อยๆ ว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แล้วก็ให้คนอ่านไปต่อมุมมองเอาเองตามแบ็กกราวนด์ของแต่ละคน อย่างตัวละครชายที่แต่งงานไปแล้ว ถ้าเขากลับไปคุยกับคนคนนั้น ความสัมพันธ์ของเขากับคนที่แต่งงานด้วย และคนคนนั้นจะเป็นยังไงต่อ

ตอนที่เห็นแบ็กกราวนด์ของตัวละครว่าเป็นคนที่อยากจะทำเพื่อพ่อ เราก็รู้สึกว่าเข้ากับตัวเองที่ค่อนข้างมีครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เพราะตัวเองไม่เคยมีแฟน หรือแต่งงาน เลยยังไม่ได้อินกับเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครมากขนาดนั้น 

 

Q: คิดยังไงกับการตัดสินใจแต่งงานของตัวละคร

A: สิ่งที่เราหวังให้เขาทำคือต้องกล้าพูดสิ่งที่ตัวเองรู้สึก กับใครก็ได้ เช่น พ่อ หรือผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงานด้วย แม้ว่าพูดแล้วมันอาจจะไม่มีอะไรเหมือนเดิม แต่อย่างน้อยก็ได้ความสบายใจที่ไม่ต้องเก็บความรู้สึกที่แท้จริงไว้คนเดียว 

แต่ความกล้านั้นก็ต้องมาพร้อมกับการกล้ายอมรับในสิ่งที่จะพูดออกไป หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นด้วย ซึ่งเราคิดว่าโดยพื้นฐานตัวละครนี้ไม่ได้คิดอยู่แล้ว ว่าคนอื่นจะยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นได้ก็เลยไม่ได้พูดไปตั้งแต่แรก และกลายเป็นเหมือนคนไม่มีความกล้ามากพอไปโดยปริยาย 

ถึงอย่างนั้นเราก็รู้สึกว่าเขามีความกล้ามากประมาณนึงแล้วนะ ที่ยอมรับกับตัวเองว่าชอบเพศอะไร เขาไม่ได้คิดว่าเป็นแค่ความหลงชั่ววูบ แต่ยอมรับว่ารักคนคนนั้นจริงๆ

 

Q: มีอะไรอยากทิ้งท้ายเกี่ยวกับเรื่องสั้นเรื่องนี้มั้ย

A: เป็นเรื่องสั้นที่เล่นกับความรู้สึกได้ดีนะ มันไม่ได้เป็นเรื่องที่หวือหวา หรือผจญภัยโลดโผน แต่ชวนให้คนอ่านคิดต่อไปว่าทำไมตัวละครต่างๆ ทำแบบนี้ อ่านแล้วเห็นด้วยกับตัวละครมั้ย สิ่งที่เขาทำมันเข้าใจได้มั้ย บียอนด์เกินไป หรืออ่านแล้วรู้สึกยังไง สมน้ำหน้า เห็นใจ หรือถ้าเป็นเราจะทำแบบนี้หรือเปล่า

 

เรื่อง: แก้วสกุล สุพรรณชนะบุรี, ฑิคัมพร สระทองทม 

ภาพ: พันธชา ละอองจันทร์