กริ๊งงงง ออดดังแล้ว มาเข้าเรียนวิชาพระพุทธศาสนากันเถอะ!
เนื่องจากวันนี้เป็นวันวิสาขบูชา คุณครูเลยอยากชวนนักเรียนมาทบทวนความจำกันสักนิดว่าความสำคัญของวันนี้มีอะไรบ้างงงง (เฮ้ย ป้าก็ไม่ได้จบมานานขนาดนั้น)
วันวิสาขบูชาตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งเป็นวันที่เกิดสามเหตุการณ์สำคัญของพระพุทธเจ้า นั่นคือการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน แต่ยังไม่จบแค่นี้ เพราะเราจะพาทุกคนไปเจาะลึกกว่านั้นด้วยการเบิกตัวช่วยอย่าง ‘โจ้บองโก้’ และ ‘รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์’ จากหนังสือ ‘BUDDHIST HOLY DAY หนีตามพระพุทธเจ้า’ สองบุคคลผู้ศรัทธาที่ได้ไปเยือนสถานที่จริงถึงอินเดีย มาช่วยถอดบทเรียนไปด้วยกัน!
หากอยากรู้ว่าแต่ละสถานที่มีเกร็ดน่ารู้อะไรที่เราไม่เคยได้ยินในห้องเรียนบ้าง กดดูที่รูปได้เลยนะ ส่วนใครอยากอ่านแนวนี้เพิ่มเติม เราขอชวนไปจอยน์ทริปต่อใน ‘BUDDHIST HOLY DAY หนีตามพระพุทธเจ้า’ หนังสือที่จะพาทุกคนไปขุดตำนานพุทธๆ ที่ซ่อนอยู่ตามสิ่งปลูกสร้างและซากปรักหักพังผ่านการเดินทางไปเช็กอิน 4 สังเวชนียสถานและแลนด์มาร์กแสวงบุญในอินเดีย-เนปาล ✨

“พูดถึงเหตุการณ์ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ คนไทยน่าจะยกมือตอบได้ทันทีว่าตอนเกิดเดินได้เจ็ดก้าว ส่วนเราเดินมาแล้วแปดหมื่นก้าวในการตามรอยพุทธะ จนมาถึงวิหารมายาเทวี ที่ว่ากันว่าสร้างทับบริเวณที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติแบบเป๊ะๆ
“ที่บอกว่าเป๊ะๆ นั้นไม่ใช่การใช้ญาณทิพย์หรือสันนิษฐานแต่อย่างใด แต่มันมีหลักฐานจากหลายบันทึก เริ่มจากสมัยภิกษุฟาเหียนระบุว่าพบบ่อน้ำซึ่งเชื่อว่าเป็นบ่อที่พระนางสิริมหามายาแวะพักในลุมพินีวันระหว่างเดินทางไปคลอดลูก
“นอกจากนี้ยังมีบันทึกของนักวิชาการและนักโบราณคดีที่อ่านอักษรพราหมีบนเสาอโศกได้ว่า นี่คือสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ด้วยหลักฐานและการสืบค้นจากหลากหลายสำนัก เหตุนี้พระเจ้าอโศกฯ (ผู้ปกครองของอนุทวีปอินเดียในยุคนั้น) เลยยกเว้นภาษีให้หมู่บ้านลุมพินีไปแปดส่วน”

“เรากำลังเดินทางตามรอยพระพุทธองค์แบบเป๊ะๆ ด้วยการเดินลุยผ่านแม่น้ำเนรัญชรา และมาจบตรงหน้าพุทธคยา ตรงกลางของพื้นที่คือพระมหาเจดีย์พุทธคยา ซึ่งว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นในจุดเดียวกันเป๊ะๆ กับที่พุทธะตรัสรู้
“เจ้าชายสิทธัตถะเดินข้ามแม่น้ำเนรัญชราแล้วก็เจอ ‘ต้นอัสสัตถะ’ (หรือที่รู้จักกันว่า ‘ต้นโพธิ์’) โดยต้นไม้นั้นอยู่ติดกับผนังเจดีย์พุทธคยา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่พระพุทธเจ้าตัดสินใจบำเพ็ญเพียร ต่อสู้กับพญามาร ไปจนถึงตรัสรู้ ซึ่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าคือการเรียนรู้ทั้งอดีต อนาคต และปัจจุบัน ว่าไม่ควรยึดติดอดีต ไม่ห่วงอนาคต และดับสนิทในปัจจุบัน”

“ช่วงเวลาก่อนปรินิพพานถือเป็นช่วงที่วุ่นวายโกลาหลสุดๆ ทั้งมนุษย์และเทวดาจำนวนมากต่างเดินทางมาสนทนาธรรมหรือกราบลาพุทธะเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากพุทธะเดินทางมากุสินารา ท่านก็เอนกายลงนอนกับพื้นที่ปูผ้าสังฆาฏิระหว่างต้นสาละอินเดียสองต้น
“พุทธะถามเหล่าสงฆ์ที่มาร่วมฟังธรรมครั้งสุดท้ายว่าหากใครมีคำถามอะไรในพระรัตนตรัยให้ถามตอนนี้เสียเถิด แต่ทุกคนกลับนั่งนิ่ง เพราะหมดความสงสัยในพระรัตนตรัย พุทธะจึงกล่าวปัจฉิมโอวาทเป็นคำสอนสุดท้ายของท่าน
‘ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนเธอทั้งหลายว่าสังขารมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังคงความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด นี่เป็นวาจาครั้งสุดท้ายของตถาคต’
“แล้วพุทธะก็เข้าฌานต่างๆ ทั้งตามลำดับไปและกลับ ก่อนจะออกจากจตุตฌาน (ฌานที่ 4) แล้วดับขันธ์ปรินิพพาน”