Skip to content

4 เรื่องราวการต่อสู้ของผู้ที่มีไฟในฝัน

เราต่างรู้กันดีว่าไม่มี ‘ความสำเร็จ’ ใดเกิดขึ้นได้โดยง่าย

…ว่าแต่มันยากและลำบากขนาดไหนกันล่ะ กว่าที่คนคนหนึ่งจะได้รับโอกาส มีแสงสปอตไลต์สาดส่องลงมาให้คนอื่นได้เห็นถึงความสามารถและความพยายาม

ต่อให้คุณจะไม่ใช่นักกีฬา หรือคนชอบดูกีฬาก็ตาม แต่ 4 เรื่องเล่าสร้างแรงบันดาลใจที่เราคัดสรรมาจาก ‘SPORTLIGHT เกมนอกสนาม’ ผลงานของ ‘วิศรุต’ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก วิเคราะห์บอลจริงจัง ก็น่าจะมีจุดร่วมกับชีวิตขอทุกคน

อย่างน้อยที่สุด หลังอ่านจบ คุณอาจจะคลายความสงสัยไปได้บ้างว่า ประโยคคลิเช่อย่าง ‘ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น’ เป็นไปได้ในโลกความเป็นจริงหรือเปล่า

 

 

ถ้าคุณพยายามทำอะไรสักอย่างถึง 6 ครั้งแล้วล้มเหลว คุณจะยังพยายามในครั้งที่ 7 ต่อไหม?

 

บางคนอาจจะเลือกถอนตัวออกมา แต่ไม่ใช่กับ อ็องตวน กรีซมันน์ นักฟุตบอลสัญชาติฝรั่งเศส ที่กว่าเขาจะไต่เต้าจนได้มาอยู่ในทีมชุดแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 เขาต้องเสียน้ำตาให้กับฟุตบอลที่เขารักหลายต่อหลายครั้ง จนเกือบถอดใจเลิกเล่นไปแล้ว

กรีซมันน์ในวัย 13 ปี เป็นดาวรุ่งที่มีเทคนิคดี วิ่งเร็ว เลี้ยงบอลเก่ง แต่ด้วยส่วนสูงเพียง 140 เซนติเมตร ทำให้ไม่ว่าเขาจะไปคัดตัวกับสโมสรใดก็มักจะถูกปฏิเสธ แม้จะโชว์ฝีเท้าดีกว่าใคร ผ่านเข้าไปถึงรอบลึกๆ แค่ไหน ก็พ่ายแพ้เด็กคนอื่นๆ ที่ตัวใหญ่กว่าเสมอ บ้างก็เพราะส่วนสูงที่ทำให้แย่งโหม่งกับใครไม่ได้ บ้างก็เพราะร่างกายที่บอบบางไม่ทนทานกับแรงปะทะ

กรีซมันน์โดนปฏิเสธจาก 6 สโมสรในฝรั่งเศส แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังได้รับการชักชวนจากแมวมองให้ลองไปทดสอบฝีเท้าที่ เรียล โซเซียดาด ทีมฟุตบอลจากสเปน ซึ่งแม้จะลังเล เพราะหากได้รับคัดเลือก ก็หมายถึงการจากบ้านไปไกล แต่เขาก็ขอลองอีกสักครั้ง และนั่นก็ทำให้เขาต้องร้องไห้เป็นครั้งที่ 7

หากครั้งนี้เป็นการร้องไห้ด้วยความดีใจ เพราะเขาได้รับการเซ็นสัญญาตั้งแต่วันแรกของการทดสอบ ก่อนจะกลายมาเป็นหนึ่งในฮีโร่ที่พาฝรั่งเศสเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกได้ในที่สุด

 

 

รู้ไหมว่าหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดแห่งยุคนี้อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ เคยเกือบไม่ได้เล่นฟุตบอลอาชีพ เพราะไม่มีทีมไหนเหลียวแลเขาเลย

 

ย้อนกลับไปตอนเด็ก เมสซี่ฉายแสงแสดงพรสวรรค์จนกลายเป็นที่กล่าวถึงในวงการนักเตะเยาวชนอาร์เจนติน่า แต่พอเขาได้รับการตรวจร่างกายแล้วพบว่า ต่อมใต้สมองส่วนหน้าหลั่งฮอร์โมนน้อยผิดปกติ ซึ่งทำให้เขาน่าจะสูงไม่เกิน 150 เซนติเมตร ก็ไม่มีสโมสรไหนในอาร์เจนติน่าอยากได้เขามาร่วมทีม เพราะส่วนสูงเท่านี้คงสู้กับนักเตะอาชีพคนอื่นๆ ได้ยาก

ทางแก้มีอยู่ทางเดียวคือ เมสซี่ต้องได้รับการฉีดฮอร์โมนช่วยการเจริญเติบโต ฉีดทุกวัน เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี โดยที่ค่าใช้จ่ายอยู่ที่เข็มละประมาณ 33,000 บาท รวมสองปีก็เกือบล้าน ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ที่ครอบครัวของเขาจะมีเงินมาจ่าย หรือสโมสรไหนจะกล้าลงทุนกับเด็กที่ยังไม่รู้เลยว่าโตขึ้นจะเก่งจริงหรือเปล่า แม้แต่ทีมเจ้าบุญทุ่มแห่งประเทศสเปนอย่าง บาร์เซโลน่า ที่เมสซี่ได้เข้าร่วมทดสอบฝีเท้าในเวลานั้น ก็ยังไม่เคยลงทุนกับนักเตะเยาวชนมากขนาดนี้

เมสซี่ต้องอดทนรอและต่อสู้นานกว่าหกเดือน จนบาร์เซโลน่าอ่อนใจและกัดฟันสู้ทุ่มเงินก้อนให้กับการฉีดฮอร์โมนดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะทำให้เมสซี่มีความสูงถึง 170 เซนติเมตรแล้ว ยังส่งผลให้บาร์เซโลน่าได้ผู้เล่นคนสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของสเปน 9 สมัย และแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก (ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรป) ได้อีก 4 สมัย

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 คอเนอร์ แม็กเกรเกอร์ นักสู้แห่งมวยกรง หรือ MMA (Mixed Martial Arts – ศิลปะการต่อสู้แบบผสม) ทำรายได้จากการขึ้นชกมวยสากลอาชีพกับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นักชกชื่อดังชาวสหรัฐฯ เป็นเงินประมาณ 1,350 ล้านบาท แต่การทำเงินมหาศาลจากการขึ้นชกเพียงไฟต์เดียวจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าขาดคนคนหนึ่งไป

 

คนคนนั้นไม่ใช่คู่ชกชื่อดังอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ แต่เป็นผู้หญิงที่ชื่อ ดี เดฟลิน

ช่วงเริ่มต้นของการเป็นนักสู้ แม็กเกรเกอร์ซ้อมอยากหนักหน่วง พร้อมกับต้องทำงานเป็นช่างประปาฝึกหัด เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ เวลาผ่านไปแทนที่แม็กเกรเกอร์จะได้โลดแล่นในสังเวียนอย่างใจฝัน กลับกลายเป็นว่าเขาได้รับข้อเสนอให้เลื่อนขั้นเป็นช่างประปาอาชีพ ซึ่งจะทำให้เขาไม่มีเวลาฝึกซ้อม และต้องทิ้งความฝันไป

แม็กเกรเกอร์เล่าความฝันการเป็นนักสู้ให้เดฟลินซึ่งเจอกันในผับแห่งหนึ่งฟัง และหลังจากได้คบกัน เดฟลินผู้ชื่นชอบในความมุ่งมั่นของแม็กเกรเกอร์มาก ก็บอกให้เขาลาออกจากการเป็นช่างประปา แล้วไปเอาดีทางการต่อสู้ โดยเธอจะเป็นคนซัพพอร์ตเรื่องค่าใช้จ่ายเอง

แม้ว่าแม็กเกรเกอร์จะทำเงินได้เพียงปีละ 60,000 บาท ตลอด 5 ปีหลังจากลาออก แต่เดฟลินก็ไม่เคยทิ้งเขาไปไหน จนในที่สุด เขาก็ได้เซ็นสัญญากับค่าย MMA ที่ใหญ่ที่สุด และแค่เพียงไฟต์แรกของเขาก็ทำเงินได้ถึง 2.4 ล้านบาท มากกว่าที่เขาเคยหาได้ทั้งชีวิต จากนั้นแม็กเกรเกอร์ก็ดังเป็นพลุแตก ได้เป็นแชมป์โลก กลายเป็นขวัญใจชาวไอริช และเป็นนักกีฬาที่รวยที่สุดอันดับ 4 ของโลกในปี 2018 ด้วยรายได้รวมประมาณ 2,400 ล้านบาท

“เธอเป็นเหมือนห่วงยางตอนที่ผมกำลังจะจมน้ำ ถ้าไม่มีเธอ ผมคงไม่สามารถทำอะไรได้เลย ผมเลยมีความฝันเพิ่มอีกอย่าง คืออยากทำให้เธอมีความสุข” แม็กเกรเกอร์กล่าว

 

 

สำหรับการเป็นผู้รักษาประตู แล้วมีร่างกายที่กำยำ และสูงถึง 183 เซนติเมตร อาจทำให้ใครหลายคนคิดว่า ‘ตอง—กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์’ ผู้รักษาประตูและกัปตันทีมชาติไทยได้เปรียบกว่าคนอื่นๆ แต่จริงๆ แล้ว ชีวิตการค้าแข้งของเขาก็ต้องเริ่มจากศูนย์ ใช้ความพยายาม และไม่มีทางลัดที่พาเขาไปสู่ความสำเร็จโดยง่าย

 

หลังจากญาติคนหนึ่งเห็นแววของตองระหว่างเตะบอลเล่นกัน เขาก็เริ่มสนใจที่จะเอาดีในตำแหน่งผู้รักษาประตู ถึงขั้นคว้ารองเท้าสตั๊ดและถุงมือมอเตอร์ไซค์—ที่ซื้อมาใช้แทนถุงมือโกล—ไปคัดตัวเข้าร่วมทีมนักเรียนไทยรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี เพื่อไปแข่งที่ญี่ปุ่น ซึ่งเขาก็ผ่านการทดสอบ และโชว์ฟอร์มได้ดี จนเมื่อกลับถึงไทยก็มีหลายโรงเรียนที่เด่นด้านฟุตบอลติดต่อทาบทาม แต่ตองเลือกอัสสัมชัญธนบุรีโรงเรียนประจำที่ทำให้เขา
ต้องพบกับกิจวัตรเข้มงวด ซ้อมทั้งเช้าและเย็น พร้อมกับเรียนหนังสือไปด้วยอยู่หลายปี

หลังจากจบ ม.6 ตองก็ยังคงเลือกที่จะเล่นฟุตบอล หลังจากพาทีมราชประชาขึ้นสู่ดิวิชั่นสองในวัย 17 ปี เขาก็ย้ายมาเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งนอกจากจะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมขึ้นสู่ไทยลีก (ลีกฟุตบอลสูงสุดของไทย) และคว้าแชมป์ไทยลีกได้ถึง 4 สมัยแล้ว ตองยังเป็นผู้รักษาประตูชาวไทยคนแรกที่ได้ไปค้าแข้งในทวีปยุโรปกับทีมโอเอช ลูเวิ่น ประเทศเบลเยียม

“ผมต้องยอมเสียสละบางอย่าง การไปเก็บตัวกับทีมนานๆ ทำให้ต้องเสียชีวิตช่วงวัยรุ่นไปเลย […] ถามว่าผมเสียดายไหม แน่นอน เสียดาย แต่ถ้าคุณรักฟุตบอลจริงๆ คุณต้องยอม” กวินทร์กล่าว