Skip to content

ท่องเมืองปารีสผ่านภาพถ่ายจาก ‘PARIS IN PAIRS ปารีสบนดาวดวงอื่น’

ขอกวักมือเรียกรัวๆ ใครที่ตัวอยู่ไทย แต่ใจอยากไปเที่ยวมารวมกันตรงนี้ เราจะพาไปคาเฟ่ ร้านหนังสือ สวนสาธารณะ เดินเล่นตามรอยหนังและชมเมืองปารีส โดยมีไกด์เฉพาะกิจอย่าง ‘โชติกา ปริณายก’ เจ้าของหนังสือ ‘PARIS IN PAIRS ปารีสบนดาวดวงอื่น’ เป็นผู้นำทริปผ่านภาพถ่ายในหนังสือของเธอกัน 

แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ‘PARIS IN PAIRS ปารีสบนดาวดวงอื่น’ ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยวนะ แต่เป็น 13 เรื่องสั้นที่โชติกานำภาพถ่ายของผู้คนและเมืองปารีสจากการเดินทางไปท่องเที่ยวของเธอเองมาสร้างเรื่องราวจนเกิดเป็นหลายตัวละครสุดแปลกที่เกี่ยวพันกันโดยมิได้นัดหมาย ตั้งแต่หญิงสาวนักโจรกรรม หนุ่มนักล้วงกระเป๋า ป้าผู้ฝันเป็นเจ้าหญิงนิทรา ชายขายเบอร์เกอร์กับหญิงสาวแปลกหน้า ฯลฯ 

พร้อมแล้ว ไปปปป!

 


 

บ้านเลขที่ 49 ถนนมงมาร์ต

 

 

ย่านมงมาร์ต (Montmartre) อยู่ทางตอนเหนือของปารีส ขึ้นชื่อว่าเป็นย่านแห่งศิลปะ มีทั้งพิพิธภัณฑ์ บ้านที่เหล่าศิลปิน จิตรกร นักแสดงเคยอาศัยอยู่ รวมถึง ‘ปาโบล ปิกัสโซ’ ศิลปินชาวสเปน ก็เคยใช้บ้านเลขที่ 49 เป็นสตูดิโอในปี 1900 ก่อนจะให้กำเนิดผลงานศิลปะสมัยใหม่อย่างคิวบิสม์ด้วย นอกจากนี้ มงมาร์ตยังถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ทั้ง ‘Midnight in Paris’, ‘Moulin Rouge’ และ ‘Amélie’ 

ส่วนหญิงในภาพนั้น โชติกาใช้จินตนาการเสริมเติมแต่งว่าเป็นหญิงปริศนาหน้าบ้านเลขที่ 49 ซึ่งไม่ว่านักท่องเที่ยวคนไหนมาถ่ายภาพสตูดิโอแห่งนี้ จะต้องถ่ายติดเธอทุกครั้งไป คนในโซเชียลฯ เลยเกิดข้อสงสัย และตั้งทฤษฎีกันขึ้นมา บ้างก็ว่าเธอเป็นภาพวาดปลอม บ้างก็ว่าเธอเป็นทายาท บ้างก็ว่าเธอเป็นคนรักของศิลปิน 

สรุปแล้ว เธอคนนี้คือใครกันแน่ล่ะเนี่ย 

 


 

Shakespeare and Company

 

 

ร้านหนังสือเก่าแก่กว่าหนึ่งร้อยปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแซน สถานที่สุดแมสแห่งเมืองปารีส เดิมทีเปิดตัวในปี 1919 ถือเป็นร้านวรรณกรรมภาษาอังกฤษแห่งแรกๆ ในปารีส แต่ก็ต้องปิดตัวลงไปช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปี 1964 เป็นร้านที่นักเขียนระดับโลกอย่าง ‘เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์’ หรือ ‘เอฟ. สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์’ ก็เคยแวะมา อีกทั้งยังไปโผล่ในภาพยนตร์อย่าง ‘Before Sunset’ และ ‘Midnight in Paris’ ด้วย

 

 

สำหรับใน ‘PARIS IN PAIRS’ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ปรากฏตัวของหญิงสาวซึ่งเธอไม่ขอเอ่ยชื่อ เธอชอบคุยกับคนแปลกหน้า เพราะมันจะให้ความรู้สึกแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น เธอมักจะมาที่ร้านหนังสือแห่งนี้ (อ้อ เธอชอบอ่านหนังสือด้วย) เพื่อพูดคุยกับชาวปารีเซียงและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมา 

แต่แล้ววันหนึ่งก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอไม่อยากกลับมานั่งเล่นและพูดคุยคนแปลกหน้าในที่แห่งนี้ขึ้นมาซะงั้น

 


 

Shakespeare and Company Cafe

 

 

คาเฟ่สีขาวที่อยู่ข้างร้านหนังสือสีเขียวของ Shakespeare and Company สถานที่แวะพักนั่งอ่านหนังสือกินลมริมแม่น้ำแซน ชมวิววิหารโบสถ์นอเทรอดาม ส่องหนุ่มสาวชาวปารีเซียง

คาเฟ่แห่งนี้ปรากฏในเรื่องราวของ ‘เลอา’ หญิงสาวนักโจรกรรม ซึ่งปกติเธอมักจะได้รับงานจากนายจ้างทางโทรศัพท์ให้ไปขโมยภาพศิลปะดังๆ แต่แล้วอยู่ๆ นายจ้างกลับสั่งงานง่ายๆ อย่างการให้นำหนังสือเล่มหนึ่งไปให้เท่านั้น แต่มันดันเป็นเล่มหายาก และการได้มันมาก็ไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิดน่ะสิ

 


 

Luxembourg Gardens

 

 

สวนลุกซ็องบูร์แห่งพระราชวังลุกซ็องบูร์ สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ถือเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในปารีส เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ บ่อน้ำ ประติมากรรมปูนปั้น มีเก้าอี้นั่งทุกหย่อมหญ้า มาพร้อมบรรยากาศร่มเย็น 

 

 

นี่คือสถานที่ที่ตัวละคร ‘ป้าลู’ มานั่งงีบหลับ จนชายมีอายุกลุ่มหนึ่งมาเจอเข้า พวกเขาเลยคิดเดิมพันกันสนุกๆ ด้วยการดวลหมากรุก ซึ่งใครชนะจะได้จุมพิตหญิงผู้นี้

 


 

สะพาน Pont Alexandre III

 

 

สะพานปง อาแล็กซ็องดร์ ทรัว สร้างเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับมิตรภาพอันดีของรัสเซียและฝรั่งเศส ซึ่งพาดผ่านข้ามแม่น้ำแซนโดยเชื่อมเมืองฝั่งหอไอเฟลและฝั่งถนนฌอง เซลิเซ่เอาไว้ สะพานแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตนูโว อีกทั้งประดับประดาด้วยโคมไฟ ปูนปั้นทูตสวรรค์ เทพีอย่างอลังการดาวล้านดวง เหมาะแก่การไปยืนดูหอไอเฟลยามค่ำคืน และมีซีนอยู่ในภาพยนตร์อยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น ‘Midnight in Paris’, ‘Me Before You’, ‘Paris, je t’aime’ และ ‘Moulin Rouge’

 

 

สะพานแห่งนี้ปรากฏอยู่ในหนังสือตอนที่เล่าถึงความสัมพันธ์ชวนงงของ ‘โลร็อง’ พนักงานร้านเบอร์เกอร์ กับหญิงสาวปริศนาที่ชอบโทรมาสั่งอาหารแบบแปลกๆ เป็นประจำ จนวันหนึ่งเธอส่งโปสต์การ์ดมาให้พร้อมข้อความให้โลร็องตามหาตัวเธอ และเมื่อทั้งคู่พบกันก็พากันไปเดินเล่น ชมเมือง โดยมีสะพานอลังการนี้เป็นหนึ่งในนั้น ความสัมพันธ์ดูเหมือนจะไปได้ดี แต่ก็มีเรื่องมาทำให้เราต้องคิดว่า บางทีเมืองนี้มันอาจไม่โรแมนติกขนาดนั้นก็ได้

 


 

Le Consurat Resturant

 

 

ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางมงมาร์ต จุดแวะสำหรับพักจิบน้ำ เติมพลังงานระหว่างเดินเล่นในย่านนี้ แถมบรรยากาศตอนค่ำที่มีแสงไฟประดับก็สวยชวนนั่งเช่นกัน

 

 

ส่วนในหนังสือนั้นจะเป็นร้านที่นักท่องเที่ยวสาวสองคน และคู่รักนักเดต แวะมานั่งชิลล์ทานอาหารและดื่มด่ำบรรยากาศในเมืองที่ว่าโรแมนติกแห่งนี้ แต่นอกไปจากอาหารและบรรยากาศ พวกเขาต่างก็สนใจที่จะซุบซิบถึงความสัมพันธ์ของ ‘ฌอน’ เชฟหนุ่มหน้าตาดีประจำร้าน (ที่พวกเขาไม่ได้รู้จักมักจี่มาก่อนด้วยนะ) กับหญิงสาวที่เอาภาพวาดมาให้ฌอน และเพื่อนร่วมงานที่มีที่ท่าแปลกไป ว่าเรื่องราวนี้มันจะลงเอยอย่างไร

 


 

Place du Tertre

 

 

จัตุรัสปลาซ ดู แตร์เตรอ คือพื้นที่อิสระรวมร้านค้าหาบเร่ รวมถึงมีเหล่าศิลปินมาเปิดแผงขายภาพ และวาดภาพกันสดๆ เพื่อให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ชมและรับผลงานติดไม้ติดมือกลับไป

ในตอนหนึ่งของหนังสือ พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพบกันระหว่าง ‘เอลิซ่า’ ศิลปินที่มักจะมาตั้งแผงขายและนั่งวาดภาพที่หัวมุมจัตุรัสเป็นประจำ โดยมีชายคนหนึ่งที่แอบมองงานและเธออยู่นาน จนมาให้เธอวาดภาพเหมือนให้ เธอตอบตกลง แม้ว่าความจริงแล้ว เธอจะถนัดวาดพวกแลนด์สเคปมากกว่าก็ตาม

 


 

PARIS IN PAIRS

 

 

ปารีสคือเมืองหนึ่งในฝรั่งเศส ได้ฉายาว่ามหานครโรแมนติก มีหอไอเฟลเป็นภาพจำในใจ

อย่างที่บอกว่า ‘PARIS IN PAIRS ปารีสบนดาวดวงอื่น’ ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยวแต่อย่างใด หากแต่เป็น 13 เรื่องสั้นที่เกิดขึ้นจากภาพถ่ายผู้คน และเมืองในปารีสของโชติกา ซึ่งเธอนำมาเสริมแต่งจินตนาการ สร้างเรื่องราวเกิดเป็นหลายตัวละครสุดแปลกที่เกี่ยวพันกันโดยมิได้นัดหมาย ตั้งแต่หญิงสาวนักโจรกรรม หนุ่มนักล้วงกระเป๋า ป้าผู้ฝันเป็นเจ้าหญิงนิทรา ชายขายเบอร์เกอร์กับหญิงสาวแปลกหน้า ฯลฯ และทั้งหมดนี้มีเพียงปารีสเป็นศูนย์กลางของพวกเขาเท่านั้น ไม่แน่คุณอาจตกหลุมรักปารีสมากขึ้นจากตัวละครเหล่านี้ก็ได้นะ

ใครสนใจเรื่องสั้นที่คาดเดาไม่ได้ ท่ามกลางบรรยากาศปารีส ทดลองอ่านตัวอย่างได้ที่นี่ 

 

 

ลาก่อนปารีส ฉันจะคิดถึงนาย ขอกลับดาวอังคารก่อน

ฮือ แต่ถ้ากลับไปต้องคิดถึงมากแน่ๆ งั้นพก ‘PARIS IN PAIRS ปารีสบนดาวดวงอื่น’ ติดไปอ่านด้วยแล้วกัน บายยยย