16 ความหวัง (?) ในปีที่ 16 ของ คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง 

9 เมษายน 2026 | by salmonbooks

ตลอด 10 ปีมานี้ “เมื่อไหร่จะออกเล่มใหม่” น่าจะเป็นคำถามที่ ‘ต่อ—คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง’ ได้รับจากนักอ่านแซลมอนมากที่สุด เพราะนับจาก 12 ปีก่อนที่ เพียงชายคนนี้เป็นอาจารย์พิเศษ ตีพิมพ์ครั้งแรก และ 9 ปีจาก แอดเวนเจอร์ ออฟ เมอฤดี ฉบับ PARIS SYNDROME คันฉัตรก็หายไปจากการรับรู้ของนักอ่าน

แต่ความจริงคือคันฉัตรไม่ได้หายไปไหน เขายังคงเป็นอาจารย์พิเศษที่เจอเรื่องวุ่นวายเป็นพิเศษในรั้วมหาวิทยาลัย บางครั้งยังได้รับฟีดแบ็กจากนักศึกษาและบุคลากรที่อ่าน เพียงชายฯ ซึ่งตอนแรกเขาก็หวั่นว่าเส้นทางอาชีพจะสั่นคลอนไหม เพราะแฉไว้เยอะ แต่สุดท้ายทุกคนก็บอกว่าสนุกดี และ (ยัง) ไม่มีใครเรียกไปปรับทัศนคติ

ความลับที่เขาและเราชาวแซลมอนบุ๊กส์ไม่เคยบอกใครตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือคันฉัตรมีแผนจะเขียนภาคต่อของ เพียงชายฯ มาตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด ทั้งคิดไอเดีย ลองเขียน ไปจนถึงทิ้งต้นฉบับก็ทำมาหมดแล้ว จนสุดท้าย เพียงชายคนนี้ (ยังคง) เป็นอาจารย์พิเศษ ฉบับ 16 ปีแห่งความหวัง (?) ก็ออกมาสู่สายตานักอ่านได้สำเร็จ

โอกาสนี้เราเลยชวนคันฉัตรมาย้อนความหลัง นึกถึงความหวังในชีวิตอาจารย์พิเศษตลอด 16 ปีที่ผ่านมา ว่าช่วงที่เขาหายไปนั้น ชีวิตเปลี่ยนไปยังไง และอาจารย์พิเศษในยุคโพสต์-โควิดต้องเจอกับอะไรบ้าง

ความหวังที่ 1

หวังว่าจะได้ออกหนังสือ

“จริงๆ ตั้งแต่ตอนออกหนังสือเล่มล่าสุดเมื่อปี 2017 เราก็คุยกับ บ.ก.กาย (ปฏิกาล ภาคกาย) มาเรื่อยๆ อย่างเล่ม เพียงชายคนนี้ (ยังคง) เป็นอาจารย์พิเศษ ฉบับ 16 ปีแห่งความหวัง (?) ก็คุยกันมานาน ซึ่งเราก็พยายามจะเขียนแหละ แต่ชีวิตต้องไปทำอย่างอื่นก่อน หลักๆ คือการดูแลสุขภาพ ลดน้ำหนัก อย่างที่เห็นรูปเก่าๆ เราจะหนักเป็นร้อยกิโลฯ ตอนนี้ลดลงไป 35 กิโลฯ ซึ่งอันนี้ไม่สปอยล์มากค่ะ เดี๋ยวมันจะอยู่ในเล่มถัดไป อิอิ”

ความหวังที่ 2

หวังว่าจะกลับมามีแพสชันกับหนัง

“นอกจากดูแลสุขภาพ เรายังเป็นอาจารย์และนักเขียนบทความ แต่งานเขียนก็น้อยลงตามสภาพ จนกระทั่งช่วงโควิด-19 ที่ประสาทแดกเพราะกลัวโรค ไม่ออกจากบ้านนานสุด 73 วัน ช่วงนั้นเราเสียแพสชันเรื่องการดูหนังไปเลย เพราะเข้าโรงไม่ได้ แต่พอกลับเข้าโรงหนังได้อีกครั้ง มันเหมือนได้กลับสู่เซฟโซน กลับมาดูหนังเยอะขึ้นเหมือนเดิม”

ความหวังที่ 3

หวังว่าจะมีเรื่องใหม่ให้เขียน

“อย่างที่บอกว่าเราพยายามกลับมาเขียนเสมอ เพียงชายฯ เล่ม 2 นี้ก็คุยคอนเซปต์กับ บ.ก.ตั้งแต่ก่อนโควิด ไอเดียแรกคือการเปรียบเทียบชีวิตตัวเองตอนเป็นอาจารย์กับตอนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เป็นแนวนอสตัลเจียหน่อยๆ ตอนนั้นวางไว้ 14 บท แต่เขียนไปแค่ 7 บทแล้วรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเวิร์ก

“บอกเลยว่า เพียงชายฯ ฉบับที่ได้ตีพิมพ์นี้ไม่ได้เอาเนื้อหามาจากเวอร์ชันนั้นเลย 7 บทที่เขียนเสร็จแล้วตัดทิ้งหมดแล้วเขียนใหม่ โฟลเดอร์ดราฟต์แรกกลายเป็นโฟลเดอร์ปิดตาย เพราะมีจุดเปลี่ยนคือโควิดนั่นแหละ”

ความหวังที่ 4

หวังว่าจะเป็นทิศทางที่ถูกต้อง

“โควิดคือ Turning Point ของทุกอย่าง รวมถึงการสอนหนังสือ ใครจะนึกล่ะว่าเราสามารถสอนผ่าน Zoom ได้ สมัยก่อนป่วยแค่ไหนก็ต้องถ่อไปมหา’ลัย ใครจะคิดว่าเดี๋ยวนี้เราจะบอกนักศึกษาว่า ‘อาจารย์ปวดหัวนะจ๊ะ ขอซูมแทนได้ไหม’ สิ่งนี้แหละที่จุดประกายให้เขียนเล่มนี้

“ตอนเขียนก็กลัวประเด็นซ้ำกับเล่มแรกเหมือนกัน แต่เราพยายามทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในรอบ 10 ปี ว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง ซึ่งเล่มนี้มีเรื่องราวใหม่ๆ เยอะกว่า ทั้งการสอนในยุคโควิด เอไอ และการสอนภาคอินเตอร์”

ความหวังที่ 5

หวังว่าจะยังสนุกกับงานเขียน

“ความรู้สึกตอนเขียนเล่มนี้ต่างจากเล่มแรก เพราะเราแก่ขึ้น 

“เราพยายามทำให้สนุกนะ แต่ก็แอบกลัวว่ามันจะดู ‘ปลง’ เกินไปหรือเปล่า ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องชีวิตด้วย แต่ก่อนเราพุ่งพล่าน ปากแจ๋ว กล้าท้าชน เดี๋ยวนี้เริ่มใจเย็นขึ้น แต่ก็เหนื่อยกับชีวิตมากกว่า

“วันก่อนเราซื้อกาแฟมากินตอนสองทุ่ม เพื่อนถามว่าไม่กลัวตาค้างเหรอ เราตอบไปว่า ‘กูเหนื่อยจนกาแฟทำอะไรกูไม่ได้แล้ว’ มันเป็นความเหนื่อยที่มาพร้อมความสุขุมขึ้น ซึ่งเราก็พยายามหาแง่มุมสนุกๆ ของความปลงนี้มาเล่าในหนังสือ”

ความหวังที่ 6

หวังว่าจะปลงกับชีวิตได้

“ถ้าถามว่าในวัยนี้ปลงอะไรมากที่สุดก็อาจเป็นเรื่องที่แก้ไม่ได้ เช่น ทำไมเงินของอาจารย์พิเศษยังออกช้าเหมือนเดิม ซึ่งก็เขียนไว้ในหนังสือเหมือนกัน หรือเรื่องที่เด็กยุคนี้แอ็กทีฟน้อยลง เช่น แต่ก่อนถ้าเราสั่งงานให้เด็กไปอ่านเท็กซ์บุ๊กความยาว 200 หน้า จากเด็ก 50 คนจะมีอย่างน้อย 20 คนอ่านมา ซึ่งไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในยุคนี้ บางทีเราก็แค่บอกให้เด็กดูหนังมาแล้วทำคลิปสั้นๆ เป็นการบ้าน ซึ่งจำนวนคนที่ทำก็น้อยลงเรื่อยๆ เหมือนกัน 

“เราเข้าใจว่าเด็กไม่ได้เรียนวิชาเราแค่วิชาเดียว เลยพยายามสั่งงานให้ไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่บางทีเราก็ทำอะไรไม่ได้ เด็กคนไหนทำมาก็ได้คะแนน ใครไม่ทำก็ไม่ได้คะแนน ก็เป็นเรื่องที่ต้องปรับตัวกันไป”

ความหวังที่ 7

หวังว่าจะเข้าใจเจนฯ ซี (เท่าที่เข้าใจได้)

“บางคนบอกว่าเด็กยุคนี้ปัญหาเยอะ ทั้งน่าเห็นใจและน่ารำคาญ เราว่าก็มีทั้งส่วนถูกและไม่ถูก เพราะเด็กแต่ละรุ่นก็จะมีปัญหาแตกต่างกันไป Paradigm หรือกระบวนทัศน์ในการคิดของเขาคนละแบบกับเรา เราก็พยายามเข้าใจในขอบเขตที่ทำได้ ไม่ล้ำเส้น แต่ก็ไม่ใจดีจนเกินไป 

“เพราะบางทีความใจดีเกินไปก็ส่งผลเสีย เช่น เด็กที่เป็นอินฟลูฯ ขอขาดสอบมิดเทอมเพราะต้องไปถ่ายงาน เราก็ต้องคุยด้วยเหตุผลว่าถ้าอย่างนั้นเพื่อนที่ต้องไปช่วยแม่ขายข้าวแกง อาจารย์ก็ต้องอนุญาตด้วยใช่ไหม ซึ่งก็คุยกันดีๆ นะ มีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ 

“เราคิดว่าโควิดก็มีผล เพราะทำให้เด็กต้องอยู่กับตัวเองเยอะ คนชอบบอกว่าเจนฯ ซี มีความเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เราว่าอาจไม่ถึงขนาดนั้น แต่บางคนก็เป็น”

ความหวังที่ 8

หวังว่า Empathy จะไม่โอเวอร์เรต

“ยุคนี้ชอบมีการณรงค์เรื่องการรักตัวเองและ Empathy ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่บางทีเราก็รู้สึกว่า Empathy นั้น Too Overrated คือการมี Empathy เป็นเรื่องดี แต่มันก็ทำให้เด็กบางคนไม่ยอมให้อะไรไปกระทบเขาเลย 

“เราเคยมีเคสตอนตรวจธีสิสหรือคอมเมนต์งาน ซึ่งเราว่าที่ตัวผลงาน ไม่ได้ว่าสาดเสียเทเสีย แต่กลับมีเด็กร้องไห้กลางห้อง แรกๆ เราก็ตกใจ หลังๆ เริ่มชิน เพราะบางทีเราก็ต้องให้เขาได้เรียนรู้โลกบ้าง”

ความหวังที่ 9

หวังว่าพ่อแม่จะไม่ประคบประหงมลูกเกินไป

“จริงๆ เราว่าการเลี้ยงดูก็มีผล ครั้งหนึ่งอัลกอริธึมเฟซบุ๊กพาเราไปเห็นกรุ๊ปพ่อแม่คุยกันเรื่องลูกโดยบังเอิญ เลยเข้าใจว่าทำไมเด็กบางคนถึงมีตรรกะประหลาดๆ เพราะถูกประคบประหงมและประโคม Empathy จนสูงเกินไป ไม่ได้บอกว่าต้องโบยตีลูกนะ แต่การทำแบบนั้นมันส่งผลต่อการใช้ชีวิตในโลกภายนอกของเด็ก 

“ที่น่าเศร้าคือพ่อแม่พวกนั้นก็คนรุ่นเรา อายุ 40 เท่ากันนี่แหละ (หัวเราะ) ซึ่งเราจะไปฉอดเขาว่ามึงเลี้ยงลูกผิดก็ไม่ได้ เราก็ต้องรับมือกับเด็กที่อยู่ตรงหน้าแทน”

ความหวังที่ 10

หวังว่าศิลปะจะไม่มีกำแพง

“ในบรรดาเรื่องที่ต้องรับมือทั้งหมด เรื่องที่รับมือยากสำหรับเราแบ่งเป็นสองเรื่อง 

“เรื่องแรกคือสิ่งที่เรียกว่า Trigger Warning ซึ่งบางทีมันเป็นกำแพงเหมือนกัน เช่น ทำไมเราอยู่ในยุคที่หมาตายในหนังไม่ได้ ทั้งๆ ที่ชีวิตจริงหมาก็ตาย นี่ พอพูดอย่างนี้เดี๋ยวก็จะมีคนมาเถียงว่าคุณไม่เลี้ยงหมา คุณไม่เข้าใจ ความจริงคือเราเลี้ยงหมามาแล้วห้าตัว ผ่านการเห็นหมาชักตายต่อหน้ามาแล้ว และถ้าไปดูในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ มีหนังที่หมาตายเยอะมากเลยนะเว้ย 

“โลกยุคนี้ทำให้เรารู้สึกว่าบางทีกำแพงเหล่านี้ก็มีผลต่อการเสพศิลปะ ข่าวสาร หรือเสพเนื้อหาใดๆ บางทีเด็กไม่อยากดู ไม่อยากรับฟังอะไรที่โหดร้ายหรือทำร้ายจิตใจ”

ความหวังที่ 11

หวังว่าแม้จะเจอทริกเกอร์ แต่เด็กจะเปิดใจดูหนัง

“เคยมีเด็กบอกเราว่าหนูไม่อยากดูหนังที่มีเสียงปืน เราก็แบบ นี่ฉายอะไรได้บ้างวะเนี่ย (หัวเราะ) เพื่อนเราคนหนึ่งเคยมาเล่าให้ฟังว่าเขาสอนเรื่อง Holocaust (การสังหารหมู่ชาวยิว) แล้วเด็กร้องเรียนว่าทำให้ไม่สบายใจ เฮ้! นี่มันประวัติศาสตร์โลกนะ คุณจะไม่เรียนรู้โลกเลยเหรอ

”เราไม่ได้บอกว่าต้องเสพอะไรโหดๆ แต่บางทีเราหลีกเลี่ยงความโหดร้ายของโลกใบนี้ไม่ได้ แล้วเราก็พูดบ่อยๆ ว่าบางทีการเข้าถึงความเจ็บปวดก็เป็นการเรียนรู้ชีวิต ศิลปะ และโลกใบนี้ 

“แต่เราก็จะให้ชอยส์เขานะ จะบอกเด็กเสมอว่าหนังเรื่องนี้มีเลือด มี sexual harrassment มีนู่นมีนี่ เตือนเท่าที่จะเตือนได้ เพราะฉันไม่รู้หรอกว่าพวกเธอกลัวอะไรบ้าง บางคนกลัวแตงกวา ดอกไม้ หมา แมว ฉันไม่สามารถเตือนได้ทุกเรื่อง แต่ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็มาคุยกัน”

ความหวังที่ 12

หวังว่านักเรียนหนังจะดูหนัง

“เรื่องที่รับมือยากเรื่องที่สองคือปัญหาที่เจอมาทุกเจนฯ แต่เจนฯ นี้ดูรุนแรงมากขึ้น นั่นคือเด็กเรียนหนังไม่ดูหนัง ทำให้เขามีอินพุตน้อย เวลาจะเขียนงาน พูด หรือพรีเซนต์ก็แย่ไปหมด 

“เด็กบางคนชอบพูดว่าไม่อยากดูหนังเยอะครับ เพราะกลัวก๊อปเขา เราก็จะบอกว่าเธอดูหนังของ คริสโตเฟอร์ โนแลน แล้วเธอทำได้แบบเขาเลยเหรอ (หัวเราะ) 

“เราพยายามบอกเด็กเสมอว่า เรียนหนังก็ดูหนังเยอะๆ นอกจากนี้ก็ควรไปดูละครเวที ดูข่าว หรือฟังเพลงเคป๊อปก็ได้ มันจะทำให้เราคิดได้ดีขึ้น

“กลับกันก็จะมีเด็กที่อ่านหนังสือ ดูนู่นดูนี่และฉลาดกว่าเราแน่นอน ซึ่งเราไม่ติดเลยนะเวลาเจอเด็กที่ฉลาดกว่า เก่งในบางเรื่องมากกว่า บางคนก็มาถามว่าอาจารย์เคยดูหนังจากประเทศลัตเวียเรื่องนี้ไหมครับ เราก็พยายามนึกว่าลัตเวียอยู่ตรงไหนของโลกนะ หรือบางคนก็เป็นเด็กสายมาร์กซิสต์มาเลย เราก็คุยเท่าที่เรารู้ แต่บางทีเราไม่รู้ เราก็บอกว่าไม่รู้จริงๆ เคยเรียนแต่ลืมแล้ว โทษทีว่ะเรื่องนี้ไม่เคยดู เราเป็นคนไม่ค่อยอายที่จะบอกว่าตัวเองไม่รู้น่ะ”

ความหวังที่ 13

หวังว่านักศึกษาจะไม่ใช้เอไอ

“อาจารย์หลายคนกังวลเรื่องเอไอ แต่เราคิดว่าไม่สามารถห้ามเด็กได้หรอก 

“ถึงอย่างนั้น เราก็ดูออก เพราะเอไอทำงานตามอินพุตที่ป้อนเข้าไป บางทีสั่งให้เจนเนอเรตโปสเตอร์ แต่นิ้วเกินมา 6 นิ้วแบบนี้ หรือข้อมูลบางอย่างที่เป็นเรื่องเฉพาะของไทยมากๆ เอไอก็จะมั่ว 

“บางครั้ง เราเลยท้าทายเด็กว่า ‘ลองมีศักดิ์ศรีหน่อยไหม อยู่นอกห้องจะใช้ก็ได้ แต่ในวิชานี้ลองไม่ใช้ดู เพราะพวกคุณน่าจะเป็นเจนฯ สุดท้ายที่เลือกจะไม่ใช้เอไอได้’ โชคดีที่เด็กฟิล์มเขารู้ตัวว่าถ้าใช้เอไอมากไป วันหนึ่งเขาก็จะตกงานเร็วขึ้น”

ความหวังที่ 14

หวังว่าจะได้แลกเปลี่ยนกับเด็กไปเรื่อยๆ

“เราชอบการเป็นอาจารย์พอๆ กับการเป็นนักเขียน งานเขียนทำให้เราอยู่กับตัวเอง ส่วนงานสอนทำให้เราได้เจอโลกภายนอก 

“เด็กในคลาสนี่แหละที่ทำให้เรารู้ว่าตอนนี้โลกไปถึงไหนแล้ว เขาชอบอะไร ใช้ชีวิตยังไง หลายครั้งเด็กดูหนังแล้วไม่เห็นด้วยกับเราเพราะคิดคนละแบบ ซึ่งไม่เป็นไรเลย หรืออย่างการที่เราเป็นคนไม่มีศาสนา วันดีคืนดีก็จะมีเด็กมาเล่าให้ฟังว่าหนูอ่านไบเบิลจนจบแล้วค่ะ ทำให้เขาวิเคราะห์หนังได้อีกแบบหนึ่ง เราว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องดีนะ การที่เด็กรู้เยอะกว่าครูและการได้แลกเปลี่ยนกับเขา”

ความหวังที่ 15

หวังว่าจะเจอวิธีที่จะเชื่อมโยงกับเด็ก

“สิ่งที่เราต้องทำการบ้านเยอะในฐานะอาจารย์วันนี้คือการคอนเนกต์กับเด็กรุ่นใหม่ๆ เพราะหนึ่งในหลักการการเป็นอาจารย์ของเราคือ เราไม่อยากตั้งกำแพงให้ตัวเองอยู่สูงกว่าเด็ก 

“ตอนเป็นนักศึกษา เราเคยเจออาจารย์คนหนึ่งพูดประโยคที่เราจำแม่นมากคือ ‘เดี๊ยนสอนหนังสือพวกคุณแล้วเสียเวลามากเลย เดี๊ยนเอาเวลาไปเขียนบทความวิชาการน่าจะให้อะไรกับประเทศชาตินี้ได้มากกว่า’ ฉันก็เหวอเลย คิดดูสิว่าประโยคแบบนี้พูดในยุคนี้ไม่ได้นะเว้ย โดนทัวร์ลงแน่นอน แต่ฉันโตมากับยุคนั้นไง เลยไม่อยากทำแบบนั้น ยังพยายามอยากจะคอนเนกต์กับเด็กในระดับที่เหมาะสม ให้เด็กกล้าเข้าหาเรา นี่คือการบ้านที่เราต้องทำ” 

ความหวังที่ 16

หวังว่าจะได้เป็นอาจารย์ต่อไป

“เราอยากเป็นอาจารย์ต่อไปเรื่อยๆ นะ ตราบใดที่มหาวิทยาลัยยังให้สอน แม้จะมีความท้าทาย เช่น เดี๋ยวเอไอจะมาแทนอาจารย์แล้ว แต่เราก็คิดว่ามนุษย์ยังต้องการ Human Connection อยู่ เราเคยถามเด็กว่าคิดยังไงกับอาจารย์ที่เป็นเอไอ หลายคนก็บอกว่ายังอยากเรียนกับคนอยู่นะครับ

“จริงๆ อายุการเป็นอาจารย์ของเราเหลือไม่กี่ปีแล้ว ตอนนี้เราอายุ 40 อีก 20 ปีก็คงเกษียณ แต่ถ้ามหา’ลัยเขายังให้สอน เราก็อยากสอนไปเรื่อยๆ”

เรื่อง: พัฒนา ค้าขาย

ภาพ: ธนพล แก้วแดง


RELATED ARTICLES

VIEW ALL